หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 198)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. ______________________ other big cats, leopards (เล้พ-เพิร์ด) are expert climbers.

(_________________________________  แมวใหญ่ (เสือ) ชนิดอื่นๆ  เสือดาวเป็นนักปีนป่าย (ต้นไม้) ที่ชำนาญ-เชี่ยวชาญ)

(a) The most unlike

(b) They are unlike most

(c) Unlike the most

(d) Unlike most    {ไม่เหมือนกับ (แมวใหญ่อื่นๆ) ส่วนใหญ่}

 

2. She is going on the picnic with _____________________ boys.

(เธอกำลังจะไปเที่ยวปิกนิกกับเด็กชาย _________________________________ )

(a) two little other

(b) other two little

(c) two other little    (ตัวเล็กๆ อื่นๆ อีก  ๒  คน)

(d) other little two

ตอบ   -   ข้อ   (c)  จำนวน  (หนึ่ง, สอง, สาม สี่ )  ต้องอยู่หน้า   “Other”  แต่ดูความแตกต่างจากประโยคข้างล่าง

-          We need another twenty people for the job.

(เราต้องการคน (เพิ่ม) อีก  ๒๐  คน  สำหรับงานนี้)

-          They will stay here for another ten days.

(พวกเขาจะพักที่นี่อีก  ๑๐  วัน)

 

3. Jack is far more intelligent than ______________________ student in the class.

(แจ๊คเฉลียวฉลาดกว่านักเรียน _______________________________ ในชั้นเรียนอย่างมาก)

(a) any

(b) any other    (คนอื่นใด)

(c) other

(d) another

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เพราะหมายถึงฉลาดกว่านักเรียนทุกๆคนในชั้น  ที่นอกเหนือไปจากตัวแจ๊คเอง

 

4. ________________________ houses are unsafe since the city has set up its master plan.

(บ้าน ____________________________ ไม่ปลอดภัย  ตั้งแต่เมืองได้จัดทำแผนแม่บท)  (คือ  อาจจะถูกรื้อทิ้งได้  เมื่อมีการวางผังเมืองใหม่)

(a) Those five red old fine dilapidated brick

(b) Those five fine old dilapidated red brick    {(ทำด้วย) อิฐสีแดงชำรุดทรุดโทรมเก่าแก่สวยงาม  ๕  หลังเหล่านั้น}

(c) Those five old red fine brick dilapidated

(d) Those five dilapidated old fine red brick

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ดูเพิ่มเติมการเรียงลำดับคำ  คือ คำนามที่มีคำนามและคุณศัพท์หลายๆคำมาขยายข้างหน้ามัน  มีหลักการเรียงคำอย่างไร  จากประโยคข้างล่าง

              ตัวอย่างที่ 

-    Mary has extremely ______________ and fine_______________.  She has tiny hands, but her fingers seem long and slender.

(แมรี่มี ___________________ อย่างมากๆ  และ (มี) _________________ ที่ งดงามน่าดู  เธอมีมือเล็กๆ  แต่นิ้วมือของเธอดูเหมือนว่ายาวและเรียว)

(a) blue light eyes ____________ brown straight hair

(b) light blue eyes ____________ straight brown hair    (ตาสีฟ้าอ่อน __

__________________ ผมสีน้ำตาลเหยียดตรง)

(c) eyes light blue ____________ brown hair straight

(d) blue eyes light ____________ hair straight brown

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้สีขยายหน้าคำนาม  โดยอยู่ถัดมาจากนามตัวนั้น  (Blue eyes, Brown hair) และใช้คำคุณศัพท์อื่นๆ ขยายถัดมาจากสี  {Light (อ่อน), Straight (เหยียดตรง)ดูเพิ่มเติมการเรียงลำดับคำที่ใช้ขยายหน้าคำนามจากประโยคข้างล่าง

                 ตัวอย่างที่         จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จาก ข้อ (๑) – (๔)

-         The term “gang” (1) refers to (2) an (3) organized informally (4) group of people

(คำว่า “แก๊ง”  หมายถึง  กลุ่มคนที่ถูกจัดตั้งอย่างไม่เป็นทางการ)

ตอบ   -   ข้อ  ๓  แก้เป็น  “informally organized”  เนื่องจากเป็นการเรียงคำที่ผิด

                 ตัวอย่างที่ 

-      He bought ____________________.

(เขาซื้อ ______________________________________ )

(a) a very blue pretty Italian shirt

(b) a very pretty Italian blue shirt

(c) a very Italian pretty blue shirt

(d) a very pretty blue Italian shirt   (เสื้อเชิ้ร์ตอิตาเลียนสีน้ำเงินที่สวยงามมาก)

ตอบ   –   ข้อ   (d)  เนื่องจากต้องเรียง  “ประเทศที่ผลิต”  อยู่ติดกับคำนามที่มันขยาย  ถัดไปเป็น  “สี”   ถัดไปถ้ามี   “ขนาด”  (big, small)   ก็ต่อด้วย  “ขนาด”  แล้วต่อด้วย “คุณสมบัติอื่นๆ”  เช่น  “สวย”  หรือ  “ไม่สวย”  ดังในประโยคข้างบน   ซึ่งในการเรียงคำในภาษาไทย และอังกฤษ   จะเรียงกลับกัน   กล่าวคือ  เวลาแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย  จะต้องแปลจากข้างหลังย้อนขึ้นไปข้างหน้า   เช่น   “เสื้อ-อิตาเลียน-สีฟ้า-สวยงาม-มาก”   สำหรับตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

(๑) บ้าน  (๒) ทรงไทย  (๓) สีขาว  (๔) หลังใหญ่  (๕) สวยงาม  (๖) มาก  (๗) สองหลัง  (๘) เหล่านั้น

(8) Those (7) two (6) very (5) beautiful (4) big (3) white (2) Thai-style (1) houses

       ตัวอย่างอื่นๆ ได้แก่

-    I want to buy those two brown wood tables.

(ผมต้องการซื้อโต๊ะไม้สีน้ำตาล ๒ ตัวเหล่านั้น)

-    She is a very sweet little old lady.

(เธอเป็นสุภาพสตรีชราตัวเล็กๆที่หวานมาก)

-    Have you seen this interesting English book?

(คุณได้เห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเล่มนี้หรือยัง)

-    She wanted to buy these two old brick houses.

(เธอต้องการซื้อบ้านอิฐเก่า ๒ หลังเหล่านี้)

-    There are two small Chinese gold cups in the shop window.

(มีถ้วยทอง (ทำใน) จีนเล็กๆ  ๒  ใบ ในตู้โชว์ของร้าน)

-    These old dilapidated houses are not safe.

(บ้านที่ทรุดโทรมเก่าๆเหล่านี้ไม่ปลอดภัย)

-    She gave me a round white plastic drinking cup.

(เธอให้ถ้วย (สำหรับ) ดื่มน้ำพลาสติกสีขาวกลม  ๑  ใบ แก่ผม)

-    We have bought two white electric washing machines.

(เราซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าสีขาว  ๒  เครื่อง)

 

5. __________________________ that I don’t feel like studying.

(___________________________________ จนกระทั่งผมไม่รู้สึกอยากเรียนหนังสือ)

(a) The day is very beautiful

(b) It is so beautiful day

(c) It is a too beautiful day

(d) It is such a beautiful day    (มันเป็นวันที่สวยงามมาก)  (อากาศดีมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ทั้งนี้อาจตอบโดยใช้โครงสร้างแบบอื่น  ที่มีความเหมือนกับ  ข้อ  (d)   เช่น

-         The day is so beautiful that …………… (วันสวยงามมากจนกระทั่ง)

-         It is so beautiful a day that ……………. (มันเป็นวันที่สวยงามมากจนกระทั่ง)

-         The day is too beautiful for me to fell like studying.

(วันสวยงามเกินไปสำหรับผมที่จะรู้สึกอยากเรียนหนังสือ)  (คืออยากไปเที่ยว)

 

6. __________________________ is indispensable to plant and animal life.

(_____________________________________ จำเป็นอย่างยิ่ง-จะขาดเสียมิได้  กับชีวิตพืชและสัตว์)

(a) Nitrogen    (ไนโตรเจน)

(b) It is nitrogen

(c) That nitrogen

(d) Although nitrogen

 

7. The more we learn about the ambassador, the more we have_____________________________.

(ยิ่งเราเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับท่านเอกอัครราชทูต  เราก็ยิ่งมี ___________________________ มากขึ้น)

(a) praise increasing

(b) respect in him

(c) admiration for him    (ความเลื่อมใส-ศรัทธา-ชื่นชม  สำหรับเขา)

(d) increase of his status    (การเพิ่มขึ้นในสถานภาพของเขา)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจตอบ  ข้อ   (b)  แต่ต้องแก้เป็น  “respect for him

 

8. Our old dog will eat ________________________ anyone offers him.

(หมาแก่ของเราจะกิน _________________________________ (ที่) ใครก็ตามให้มัน)

(a) what    (อะไร, สิ่งใด)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม, สิ่งใดก็ตาม)

(c) that

(d) whenever    (เมื่อใดก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ทั้งนี้อาจตอบ  ข้อ   (a)  ก็ได้  แต่ความหมายของ  ข้อ   (b)  ดีกว่า

 

9. I’m sorry not _________________________ her before she left last week.

(ผมเสียใจที่ไม่ ___________________________________ เธอ  ก่อนที่เธอจากไปสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) to see

(b) to have seen   (ได้เห็น-พบ-เจอ)

(c) seeing

(d) having seen

ตอบ   -   ข้อ  (b)   เนื่องจาก “Sorry + To + Verb 1” =  “เสียใจที่ได้.........ในปัจจุบัน และอนาคต”  ส่วน  “Sorry + To + Have + Verb 3” =  “เสียใจที่ได้..........ในอดีต”  ในทำนองเดียวกัน  “Sorry + Not + To + Verb 1” =  “เสียใจที่มิได้............ในปัจจุบันและอนาคต”  ส่วน  “Sorry + Not + To + Have + Verb 3”  =   “เสียใจที่มิได้............ในอดีต”   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

             - I am sorry to go to the party with them.

(ผมเสียใจที่ไปงานเลี้ยงกับพวกเขา  -  เป็นปัจจุบันหรืออนาคต  คือไปในตอนนี้ หรือ ไปพรุ่งนี้)  (ถ้าจะให้ชัดเจนเรื่องเวลา  ควรเติม “Now” หรือ “Tomorrow”หลัง “them”)

           - I am sorry not to go to the party with them.

(ผมเสียใจที่มิได้ไปงานเลี้ยงกับพวกเขา  -  ในขณะนี้หรือวันพรุ่งนี้)  (ถ้าจะให้ชัดเจนเรื่องเวลา  ควรเติม “Now” หรือ “Tomorrow” หลัง “Them”)

         - She is sorry to have blamed them.

(เธอเสียใจ (ในปัจจุบัน) ที่ได้ตำหนิพวกเขาในอดีต)

        - She was sorry to have blamed them.

(เธอเสียใจ (ในอดีต) ที่ได้ตำหนิพวกเขาในอดีต)

       - We are (were) sorry not to have worked harder last term.

(เราเสียใจ (ในปัจจุบัน, อดีต) ที่มิได้ขยันเรียนให้มากขึ้นเมื่อเทอมที่แล้ว  -  พวกเราเลยสอบตก)

          - She is (was) sorry not to have told the truth.

(เธอเสียใจ (ในปัจจุบัน, อดีต) ที่มิได้พูดความจริง  -  เมื่อปีที่แล้ว)

 

10. The Grand Palace is _____________________________.

(พระบรมมหาราชวังอยู่  _____________________________________________)

(a) far about four kilometers from here.

(b) far from here about four kilometers

(c) about four kilometers far from here

(d) about four kilometers from here    (ห่างจากที่นี่ประมาณ ๔ กิโลเมตร)(แปลตรงตัว คือ “ประมาณ ๔ กิโลเมตรจากที่นี่”

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากมิได้เรียงตามแบบภาษาไทย  ในข้อ  (a)  และ  (b)  “ไกลประมาณ  ๔  ก.ม. จากที่นี่”   หรือ  “ไกลจากที่นี่ประมาณ  ๔  ก.ม.”  แต่ต้องใช้ตามโครงสร้างในข้อ  (d) (ประมาณ  ๔  ก.ม. จากที่นี่)  โดยไม่ต้องมี  “far” (ต้องจำโครงสร้างแบบนี้)

 

11. _____________________________ to catch the train.

(_______________________________________________ ที่จะไปทันรถไฟ)

(a) He did not run enough fast

(b) He ran not fast enough

(c) He did not run fast enough    (เขาวิ่งไม่เร็วพอ)

(d) He ran not enough fast

ตอบ   -   ข้อ  (c)  กริยา  “Run”  เมื่อจะทำเป็นประโยคปฏิเสธ  จะต้องใช้  “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ  และ  “Enough”เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  ต้องขยายข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective) (good enough – ดีพอ, quick enough – เร็วพอ, cold enough – หนาวพอ, big enough – ใหญ่พอ, small enough – เล็กพอ, brave enough – กล้าหาญพอ)  หรือ หลังกริยาวิเศษณ์  (Adverb) (quickly enough – อย่างรวดเร็วพอ, slowly enough – อย่างเชื่องช้าพอ, carefully enough, well enough, attentively enough – อย่างเอาใจใส่เพียงพอ)  แต่ขยายหน้าคำนาม  (enough money– เงินมากพอ, enough furniture – เฟอร์นิเจอร์มากพอ, enough information – ข้อมูลมากพอ, enough time – เวลามากพอ, enough knowledge – ความรู้มากพอ, enough people – คนมากพอ, enough men – คนมากพอ, enough cars – รถยนต์มาก พอ, enough homes- บ้านมากพอ, enough participants – ผู้เข้าร่วมมากพอ)

 

12. He came into the room with a big book ____________________________ his arm.

(เขาเข้ามาในห้องพร้อมด้วยหนังสือเล่มใหญ่หนีบอยู่ __________________________ รักแร้)

(a) in

(b) under    (ใต้)

(c) on

(d) beside    (ข้างๆ)

ตอบ    -   ข้อ  (b)  “under his arm”   หมายถึง   “หนีบอยู่ใต้รักแร้          แต่ถ้าต้องการบอกว่า   “อยู่ในมือ”   ใช้  “in his hand”  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “Under”  ได้แก่  “under age”  (อายุน้อยเกินไป, ยังไม่โตพอ, ยังไม่บรรลุนิติภาวะ), “under arrest”  (ถูกจับกุมโดยตำรวจ),  “under cover”  (ภายใต้กำบัง, อย่างซ่อนเร้น, อย่างปิดบังอำพราง) - (The prisoners escaped under cover of darkness. – นักโทษหลบหนีไปภายใต้กำบังของความมืด หรือ โดยซ่อนเร้นไปกับความมืด)  “under fire”  (ถูกยิงหรือถูกโจมตี, ถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนหรือคำพูด),  “under one’s breath”  (ในแบบกระซิบ, ด้วยเสียงที่แผ่วเบา), (I told Jim the news under my breath, but Tom overheard me.  –  ผมบอกข่าวแก่จิมด้วยเสียงที่แผ่วเบาหรือแบบกระซิบ  แต่ทอมแอบได้ยินผมพูด), “under one’s nose  (= under the nose of)”   อยู่ในสายตา, เห็นอยู่ตำตา, ต่อหน้าต่อตา,  อยู่ในที่ที่สามารถมองเห็นหรือสังเกตเห็นได้ง่าย, (The thief walked out of the museum with the painting, right under the nose of the guards. – เจ้าขโมยเดินออกไปจากพิพิธภัณฑ์พร้อมกับภาพวาด  ต่อหน้าต่อตา รปภ. เลยทีเดียว  -   โดยที่ รปภ. ไม่เห็น),  “under one’s wing”  (ภายใต้การดูแลเอาใจใส่ หรือปกป้องคุ้มครองของ,  “under the circumstances  (= in the circumstances)”  (ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่, ในสภาวะปัจจุบัน, ตามที่สิ่งต่างๆเป็นอยู่),  “under the sun” (บนโลกนี้, ในโลกนี้  -  ใช้เพื่อแสดงการเน้น)  -  (The President’s assassination shocked everyone under the sun.    การลอบสังหารท่านประธานาธิบดีทำให้ทั้งโลกตกตะลึง), (Where under the sun could I have put my purse? – ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ที่ไหนบนโลกนี้),  “under the counter”  (แอบซื้อหรือขายกันอย่างลับๆ  –  เปรียบเหมือนใต้เคาน์เตอร์)  -  (The liquor dealer was arrested for selling beer under the counter to teenagers.  –  คนขายสุราถูกตำรวจจับเพราะขายเบียร์ให้เด็กวัยรุ่นอย่างผิดกฎหมาย   -   คือลักลอบขาย),  “under the table”  (ใต้โต๊ะ),  “under the bench”  (ใต้ม้านั่ง),  “under the blanket”  (ใต้ผ้าห่ม หรือห่มผ้าห่ม),  “under the earth (the ground)”  (ใต้ดิน),  “under the sea”  (ใต้ทะเล),   “under difficult circumstances”  (ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก),  “China under Chairman Mao”  (จีนภายใต้การปกครองของประธานเหมา), “Vietnam under communist rule”  (เวียดนามภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์),  “under capitalism”  (ภายใต้ระบอบทุนนิยม),  “under repair” (กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม),  “under investigation” (กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน-สอบสวน),  “under construction”  (กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง),  “under discussion”  (กำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกัน), “under supervision”  (ภายใต้การกำกับดูแล)  “under cultivation” (กำลังอยู่ระหว่างการเพาะปลูก),  “under surveillance” (อยู่ภายใต้การสอดส่องดูแล-สำรวจตรวจตรา),  “under attack”  (ถูกโจมตี),  “under guard” (ได้รับความคุ้มครอง),  “under suspicion” (ถูกระแวงสงสัย),  “under his influence”  (ภายใต้อิทธิพลของเขา),  “under the impression” (มีความประทับใจ),  “under the assumption”  (มีหรือภายใต้ข้อสมมติฐาน),  “under pressure”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความกดดัน),  “under stress” (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความเครียด),  “under immediate threat”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับการคุกคาม-อันตรายโดยตรง),  “under treatment”  (ได้รับการเยียวยารักษา),  (He is under treatment for an ulcer.)  –   (เขากำลังได้รับการเยียวยารักษาแผลพุพอง-เน่าเปื่อย),  “under his real name”  (เขียนหนังสือ) โดยใช้ชื่อจริง  -  มิได้ใช้นามแฝงหรือชื่อคนอื่น),  “land under cash crops”  (ที่ดินที่กำลังใช้ปลูกพืชเศรษฐกิจ),  “He studied under Professor Thomas.”  (เขาเรียนภายใต้การสอนโดยอาจารย์โทมัส),  “John worked under his supervisor.” (จอห์นทำงานภายใต้การสอนหรือกำกับของผู้ควบคุมดูแลของเขา),  “I’ve got two clerks under me in my section.”  (ผมมีเสมียนเป็นลูกน้อง  ๒  คนในแผนก),  “children under 12”  (เด็กอายุต่ำกว่า ๑๒),  “expenditure under $ 10 million”  (ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า  ๑๐  ล้านเหรียญ),   “under retirement age”  (อายุต่ำกว่าวัยเกษียณ  คือ ต่ำกว่า  ๖๐  ปี)

 

13. _______________________________ would like to live peacefully.

(_____________________________________________ อยากจะดำรงชีวิตอย่างสันติ)

(a) Most of people

(b) The most of people

(c) Almost people

(d) Most people    (ผู้คนส่วนมากหรือส่วนใหญ่)

(e) Almost of people

ตอบ   -   ข้อ  (d)  หรือใช้   “Most of the people”  ก็ได้   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                ตัวอย่างที่ ๑

-         ___________________ outside of the cities is used for farming.

(_____________________________  นอกเมือง  ถูกใช้สำหรับทำฟาร์ม – คือ เพาะปลูก-เลี้ยงสัตว์)

(a) Most areas    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(b) Most of the area    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(c) Almost all areas    (เกือบจะพื้นที่ทั้งหมด)

(d) The most of the area

ตอบ   -   ข้อ  (b)  หรือ   “Most area”  ก็ได้  เนื่องจาก  “Area”  เป็นทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้  หมายถึง   “พื้นที่ของเมือง, ประเทศ หรืออื่นๆ, พื้นที่ในห้องหรือตัวอาคาร, สาขาของวิชาความรู้”  สำหรับประโยคข้างบน  กริยา คือ  “is used”  จึงต้องใช้ “Area”  แบบนามนับไม่ได้  คือ  เอกพจน์   ดังนั้น  ข้อ (a) และ (c) จึงผิด  สำหรับความแตกต่างระหว่าง  “Most of the”  และ  “The most”  ดูจากตัวอย่างในประโยคข้างล่าง

                   ตัวอย่างที่  ๒       (จงหาที่ผิดไวยากรณ์ จากข้อ ๑ ถึง ๔)

(1) As (2) they ripen on the tree, (3) the most olives change slowly (4)  from green to black.

(ในขณะที่พวกมันสุกอยู่บนต้น  ผลมะกอกส่วนใหญ่เปลี่ยนอย่างช้าๆ  จากสีเขียวเป็น สีดำ)

ตอบ   –    ข้อ  (3)  แก้เป็น  “most olives”  หรือ  “most of the olives”  เนื่องจากหมายถึง   “ผลมะกอกส่วนใหญ่”   สำหรับ  “The most”   ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์พยางค์ยาวในการเปรียบเทียบ   “ขั้นสูงสุด”  (Superlative)  เช่น

-         the most important thing  (สิ่งสำคัญที่สุด)

-         the most expensive car  (รถยนต์ที่แพงที่สุด)

-         the most diligent student  (นักเรียนที่ขยันที่สุด)

-         the most difficult question  (คำถามที่ยากที่สุด)

-         the most complicated problem  (ปัญหาที่สลับซับซ้อนที่สุด)

                      ตัวอย่างที่ ๓       (จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ ๑ – ๔)

(1) Almost visitors in New York City (2) spend their time (3) attending Broadway plays, visiting some of the museums, and (4) going shopping.

(ผู้ไปเยือน – นักท่องเที่ยว – กรุงนิวยอร์คส่วนใหญ่ใช้เวลาของตนเข้าชมละครบรอดเวย์  ไปเยือนอนุสาวรีย์บางแห่ง  และไปชอปปิ้ง)

ตอบ   –   ข้อ  (1)  แก้เป็น  “Most”  หรือ   “Most of the”   เนื่องจากหมายถึง นักท่องเที่ยวส่วนมาก-ส่วนใหญ่”   ส่วน  “Almost”  หมายถึง   “เกือบจะ”   ซึ่งใช้ดังนี้ คือ

             - He spent almost a month in China.

(เขาใช้เวลาเกือบ ๑ เดือนในจีน)

            - In Oxford Street, you can buy almost anything.

(บนถนนอ๊อกฟอร์ด  คุณสามารถซื้อเกือบทุกอย่าง)

           - I had almost forgotten about the trip.

(ผมเกือบลืมเกี่ยวกับการเดินทาง)

           - Cats are in fact almost color blind.

(แมว  ที่จริงแล้วเกือบจะตาบอดสี)

           - The door opened almost before Peter had finished knocking.

(ประตูเปิดออก  เกือบจะก่อนที่ปีเตอร์เคาะประตูเสร็จ)

            - He has almost certainly been murdered.

(เขาเกือบจะถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอน – แต่ไม่ได้ถูกฆ่า)

           -  He was almost killed in an accident.

(เขาเกือบตายในอุบัติเหตุ)

 

14. Tomorrow some of our friends are leaving for New York.  We are going to see them _________________________.

(พรุ่งนี้เพื่อนของเราบางคนจะจากไปนิวยอร์ค  เราจะไป _______________________ พวกเขา)

(a) about   (See about =พิจารณา, ศึกษา, จัดการดูแล)

(b) out

(c) off    (ส่ง)  (See someone off  = ไปส่งเพื่อกล่าวคำอำลาหรือโบกไม้โบกมือให้)

(d) through

 

15. We begged him to let us __________________________ through the telescope.

(เราขอร้องเขาให้อนุญาตให้เรา ________________________________________ ผ่านกล้องโทรทัศน์ (กล้องส่องทางไกล) ตัวนั้น)

(a) look    (มอง, ดู)

(b) to look

(c) looking

(d) looked

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก “Let + กรรม + Verb 1  ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ตามด้วยกรรม  และ  “Infinitive without to” (Verb 1)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                  ตัวอย่างที่ ๑

-   What she saw made her __________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ ______________________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก “Make +กรรม + Verb 1

                  ตัวอย่างที่ ๒

-   The manager let everyone ________________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน_________________________ สำนักงานแต่เนิ่นๆเพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

(c) left

(d) leave   (ออกจาก)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากหลังกรรมของ  “Make, Let, Have (ใช้), See, Hear, Feel”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  คือ กริยาช่องที่ ที่ไม่มี  “To” นำหน้า (Verb 1)  ดังตัวอย่างประโยค เช่น

-        She lets them play in the field.

(เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

-        We made them laugh.

(เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

-        I heard her sing.

(ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

-        He saw her walk in the street.

(เขาเห็นเธอเดินในถนน)

-        She had them clean her room.

(เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

 

16. In former times the people of Thailand often died _________________________ cholera (ค้อล-เลอะ-ร่ะ).

(ในสมัยก่อน  คนไทยมักตาย ______________________________________ อหิวาตกโรค)

(a) with

(b) of    (ด้วย)

(c) by

(d) from

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Die of” = “ตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ”  “Dying of thirst”  (กระหายน้ำอย่างมาก)  “Dying of hunger”  (หิวอย่างมาก)  “Dying of boredom”  (เบื่ออย่างมาก)  “Dying for a drink”  (อยากดื่มเหล้าอย่างมาก)  “Dying to go to Paris”  (อยากไปปารีสอย่างมาก)  “Die away” {(เสียง) ค่อยๆแผ่วเบาลงและเงียบไปในที่สุด}  “Die down”  {(เสียงหัวเราะ, ลม) ลดความดังหรือความรุนแรงลง} “Die from”  (ตายเนื่องจาก..........ความหิวความกระหาย)  “Die by”  (ตายด้วย .............อาวุธ เช่น ดาบ, ปืน)  “Die for”  (ตายเพื่อ.........ประเทศชาติ)

 

17. She did not have to remain there, but she insisted ____________________________ us company.  

(เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นั่น  แต่ว่าเธอยืนกราน-ยืนยัน _____________________________ เป็นเพื่อนเรา)

(a) to keep

(b) keeping

(c) and kept

(d) on keeping    (จะอยู่)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Insist + on + Verb + ing”  (ยืนกราน-ยืนยันที่จะ.............)  สำหรับ  “Keep someone company”  หมายถึง  “อยู่เป็นเพื่อนผู้นั้น, อยู่ด้วยกัน เพื่อเป็นเพื่อนกับคนนั้น)

 

18. Give him my kind regards when you ________________________ him.

(ผมขอฝากความรักความปรารถนาดีไปยังเขาด้วย  เมื่อคุณ ______________________ เขา)

(a) will next see

(b) have next seen

(c) next see   {พบ (เขา) ครั้งต่อไป}   

(d) are next seeing

ตอบ   -   ข้อ  (c)  เนื่องจากประโยคหลัง  “When, Before, After, As soon asจะอยู่ในรูป  “Simple tense” ส่วนจะเป็น  “Present simple tense” หรือ  Past simple tense”  ขึ้นอยู่กับ “Tense”  ในประโยคใหญ่  (Main clause)

ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

               ตัวอย่างที่  ๑

-   When Mr. Woods gets here, we ______________ the meeting.

(เมื่อมิสเตอร์วูดส์มาถึงที่นี่  เรา ___________________________ การประชุม)

(a) start

(b) will start   (จะเริ่มต้น)

(c) have started    (ได้เริ่มต้นแล้ว)

(d) are starting    (กำลังเริ่มต้น)

ตอบ   -   ข้อ  (bเพราะเป็นเรื่องอนาคต  คือ  เมื่อมิสเตอร์วูดส์มาถึง  พวกเราจึงจะเริ่มประชุม”  เป็นการใช้รูป  “Present simple tense”  ในอนุประโยค หรือประโยคย่อย  (Subordinate clause)  คือ  (When Mr. Woods gets here)  คู่กับ “Future simple tense”  ในประโยคใหญ่   “Main clause”  คือ  (we will start the meeting)   ตัวอย่างประโยคแบบนี้ ได้แก่

-         When he has enough money, he will buy a new car.

(เมื่อเขามีเงินพอ  เขาจะซื้อรถคันใหม่)

-         When you finish your work, we will go out for dinner.

(เมื่อคุณทำงานเสร็จ  เราจะออกไปกินอาหารเย็นกัน)

-         She will leave the room before we finish the meeting.

(เธอจะออกจากห้องก่อนเราประชุมเสร็จ)

-         We will start our work after we discuss with our boss.

(เราจะลงมือทำงานหลังจากเราปรึกษากับหัวหน้าของเรา)

-         We will begin our debate as soon as the chairman arrives.

(เราจะเริ่มการอภิปรายในทันทีที่ท่านประธานมาถึง)

-         As soon as it rained, we went for a shelter.

(ในทันทีที่ฝนตก  เราเข้าหาที่หลบฝน)

-         As soon as it rains, we go (will go)for a shelter.

     (ในทันทีที่ฝนตก  เราเข้าหา (จะเข้าหา) ที่หลบฝน)

      สำหรับประโยคคำสั่งหรือขอร้องที่มี  “When, Before, After, As soon as”   ก็เช่นเดียวกัน  ในประโยคใหญ่  จะขึ้นต้นด้วยคำกริยา  (โดยละประธาน  “You”  เอาไว้ในฐานที่เข้าใจ)  ส่วนในประโยคย่อย  จะอยู่ในรูป“Present simple tense” ดังประโยคตัวอย่าง

-      Give her this book when you next see her.

(เอาหนังสือเล่มนี้ให้เธอ  เมื่อคุณเจอเธอครั้งต่อไป)

-      Notify me the information as soon as you get it.

(แจ้งข้อมูลให้ผมทราบ  ในทันทีที่คุณได้มันมา)

-      After you have finished (หรือ finish) your report, submit it to your professor.

(เมื่อคุณเขียนรายงานเสร็จแล้ว  ส่งมันให้อาจารย์ของคุณ)

-      Turn off the light before yougo out.

(จงปิดไฟก่อนคุณออกไปข้างนอก)

-      Lock the door after you come in.

(จงล็อคประตูหลังจากคุณเข้ามาข้างในแล้ว)

 

19. As soon as it stops ___________________________, I shall go home.

(ในทันทีที่หยุด _________________________________________ ผมจะกลับบ้าน)

(a) rain

(b) the rain

(c) to rain

(d) raining    (ฝนตก)

ตอบ    -    ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “It stops raining.”  หมายถึง  “ฝนหยุดการตก”กล่าวคือ   “Stop + Verb + ing” =  “หยุดการกระทำสิ่งนั้น”  ส่วน  “Stop + To + Verb 1” =  “หยุดเพื่อที่จะทำสิ่งนั้น”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

              ตัวอย่างที่ ๑

-      While we were walking in the park, she often stopped ____________________ at the flowers.

(ขณะที่เรากำลังเดินไปในสวนสาธารณะ  เธอมักจะหยุด ___________________ที่ดอกไม้อยู่บ่อยๆ)

(a) to look    (เพื่อที่จะมองดู)

(b) looking    (การมองดู)

(c) looked

(d) for looking

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก  (Stop + To + Verb 1 =  “หยุดเพื่อที่จะทำสิ่งนั้นๆ”)  (Stop + Verb + ing =  “หยุดการกระทำสิ่งนั้นๆ”)

                   ตัวอย่างที่ ๒

-   I remember that restaurant; we stopped there _______________

on our way to Korat. 

(ผมจำภัตตาคารนั้นได้  เราหยุด (แวะ) ที่นั่น______________________ ในระหว่างทางไปโคราช)

(a) eating    (การกินอาหาร)

(b) ate

(c) to eat    (เพื่อกินอาหาร)

(d) eaten

ตอบ   -   ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “หยุดหรือแวะเพื่อที่จะกินอาหาร (Stop to eat)

              ตัวอย่างที่  ๓

-       How did the cat get into the house?  I remember __________________ it out last night.

(แมวเข้ามาในบ้านได้อย่างไร  ผมจำได้ถึง ___________________ มันไปไว้ข้างนอกเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a)    put

(b)   to put

(c)    putting   (การจับ)

(d)   putting away

ตอบ   -   ข้อ  (c)  (Remember + Verb + ing =  “จำได้ถึงการกระทำสิ่งนั้นๆคือทำไปแล้วในอดีต  และยังจำได้ว่าทำ)  ส่วน “Remember + To + Verb 1”=  “จำได้ (ไม่ลืม) ที่จะทำสิ่งนั้นๆ”

สรุป   -   มีหลักไวยากรณ์ดังนี้  คือ  เราใช้  “Infinitive with to” (To + Verb 1) และ “Gerund” (Verb + ing)  ตามหลังคำกริยา  “Remember, Forget, Try Stop”  แต่มีความหมายต่างกัน  เช่น

-         I remembered to buy him a newspaper.

(ผมจำได้ที่จะซื้อ (ไม่ลืมซื้อ) หนังสือพิมพ์ให้เขา)

-         I remembered buying him a newspaper.

(ผมจำได้ถึงการซื้อหนังสือพิมพ์ให้เขา  –  คือซื้อเมื่อเดือนที่แล้ว  และยังจำได้ว่าซื้อ)

-         She forgot meeting me in New York ten years ago.

(เธอลืมการได้พบกับผมในนิวยอร์คเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว  –  คือเคยพบกันเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว  แต่เธอจำไม่ได้แล้วว่าเคยพบ)

-         She forgot to meet me at my office yesterday.

    (เธอลืมที่จะมาพบผมที่สำนักงานเมื่อวานนี้ – สรุปคือไม่ได้มาพบเพราะลืม)

-         He tried to swim across the dangerous river.

(เขาพยายามว่ายข้ามแม่น้ำที่มีอันตราย)

-         He tried eating the food his girlfriend cooked for him.

(เขาทดลองกินอาหารที่แฟนปรุงให้เขากิน)

-         They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

-         They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย, ฯลฯ) เพื่อที่จะทำงานจนกระทั่งดึกดื่น)

 

20. Miss Brandon is one of those workers who _________________________ by irregular hours.

(มิสแบรนดอนเป็นคนงานคนหนึ่งผู้ซึ่ง _____________________________________ กับชั่วโมงทำงานที่ไม่ปกติ – เช่น ต้องทำงานหลังงานเลิก  หรือ มาทำงานวันหยุด)

(a) is not upset

(b) are not upset    (ไม่รู้สึกหงุดหงิดหรือว้าวุ่นใจ)

(c) is not upsetting

(d) are not upsetting    (ไม่น่าหงุดหงิดหรือน่าว้าวุ่นใจ)

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจากต้องใช้กริยา   “Are” ตาม  “Workers”   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

             ตัวอย่างที่  ๑

-      He is one of those who ________________ money.

(เขาเป็นหนึ่งในบรรดาผู้คนซึ่ง ___________________________ เงิน)

(a) enjoys to spend

(b) enjoys spending

(c) enjoy to spend

(d) enjoy spending    (สนุกสนานกับการใช้จ่าย)

ตอบ   –   ข้อ  (d)  ต้องใช้กริยา  “Enjoy” ตาม  “Those”   ส่วน “Enjoy + Verb + ing”  เนื่องจากโครงสร้าง  “One of those  (หรือ the + noun พหูพจน์) + who + verb พหูพจน์  (เช่น  are, have, play, eat )กล่าวคือ  ต้องใช้กริยาให้สอดคล้องกับ  “Those” หรือ  “นามพหูพจน์” เช่น

           - Jim is one of the passengers who were killed in the accident.

(จิมเป็นผู้โดยสารคนหนึ่งที่ตายในอุบัติเหตุ)

        - Tom is one of the students who are awarded a scholarship.

(ทอมเป็นนักเรียนคนหนึ่งที่ได้รับทุนการศึกษา)

        - She is one of the girls who have been admitted to the university.

(เธอเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่ได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้