หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 192)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. England _________________ from France by the Channel.

(ประเทศอังกฤษ ____________________ จากประเทศฝรั่งเศสโดยช่องแคบ)

(a) separates

(b) is separating

(c) is separated    (ถูกแยก)

(d) was separated

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากต้องใช้ในรูป  “Passive voice”  เพราะประธานฯถูกกระทำ (อังกฤษถูกแยกจากฝรั่งเศส)  และเป็นข้อเท็จจริง  จึงต้องใช้แบบเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงไม่เลือก  ข้อ  (d)

 

2. A football team _________________ of eleven players.

(ทีมฟุตบอล __________________________ ผู้เล่น  ๑๑  คน)

(a) consist    (ประกอบด้วย)

(b) composes

(c) is composed    (ประกอบด้วย)

(d) is composing

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจตอบ  ข้อ  (a)  แต่ต้องแก้เป็น  “Consists”  เนื่องจาก  “A football team”  เป็นประธานฯเอกพจน์

 

3. She arrived ___________________ her home very late last night.

(เธอมาถึง _________________________ บ้านดึกมากเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) No word is needed.    (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

(b) at    (ที่)

(c) to

(d) in

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ทั้งนี้จงเปรียบเทียบกับประโยค  “She arrived home very late last night.  (เธอมาถึงบ้านดึกมากเมื่อคืนที่ผ่านมา)  (“Arrive at her home”  แต่  “Arrive home)

 

4. There have been many _________________ about his bankruptcy lately, though no one really knows what happened.

(มี _________________________ มากมายเกี่ยวกับการล้มละลายของเขาเมื่อเร็วๆนี้  แม้ว่าไม่มีใครทราบอย่างแท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้น)

(a) suggestions    (คำแนะนำ, การชี้แนะ, การบ่งชี้)

(b) incentives    (สิ่งจูงใจ, เครื่องจูงใจ, สิ่งที่ช่วยกระตุ้น)

(c) comments    (ข้อคิดเห็น, ความเห็น, ข้อสังเกต, คำอธิบาย, คำวิจารณ์)

(d) prosecutions    (การฟ้องร้อง, การดำเนินคดี, การติดตาม)

 

5. The other children did not want Bill to play with them, so they __________________ him from their game.

(เด็กคนอื่นๆไม่ต้องการให้บิลเล่นกับพวกตน  ดังนั้น  พวกเขาจึง _______________ บิลจากเกมของพวกตน)

(a) exhibited    (เอก-ซิ้บ-บิท)  (แสดง, แสดงนิทรรศการ, ออกแสดง, อธิบาย)

(b) exposed    (เผย, เปิดเผย, นำออกแสดง, เปิดโปง)

(c) executed    (ปฏิบัติ, ทำให้สำเร็จ, ดำเนินการ, กระทำ, บริหาร, ประหารชีวิต)

(d) excluded    (กันออกไป, แยกออกไป, กั้นไม่ให้เข้ามา, ปฏิเสธ, ไล่ออก, ขับไล่ออก)

 

6. We didn’t notice ________________ we had strayed off the path until we were deep in the forest.

(เรามิได้สังเกตว่าเราได้พลัดหลงไปจากทางเดิน ____________________ จนกระ ทั่งเราถลำลึกเข้าไปในป่า)

(a) how often    (บ่อยเพียงใด)     

(b) how long    (นานเพียงใด)  (ใช้ถามเกี่ยวกับเวลา)

(c) so far

(d) how far    (ไกลเพียงใด, ไกลเท่าใด)  (ใช้ถามเกี่ยวกับระยะทาง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะเป็นเรื่องของระยะทาง  โดยสังเกตจาก  “จนกระทั่งเราถลำลึกเข้าไปในป่า

 

7. It doesn’t say on the invitation ________________ the party will start, so we had better phone and check.

(มันมิได้บอกไว้ในการเชื้อเชิญ (คำเชิญ-บัตรเชิญ) ว่างานเลี้ยงจะเริ่ม _____________ ดังนั้น  เราควรโทรศัพท์ไปและตรวจสอบ)

(a) which

(b) when    (เมื่อใด)

(c) what

(d) why

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเวลา

 

8. The number of _____________ one has depends upon one’s kindness. 

(จำนวนของ _____________________ ที่คนเรามี  ขึ้นอยู่กับความเมตตากรุณา-ใจดีของเขา)

(a) friend

(b) friends   (เพื่อน)

(c) friendly   (เป็นมิตร)

(d) friendship   (มิตรภาพ)

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก “The number of + Noun (นับได้ พหูพจน์)   หมายถึง   “จำนวนของ...............”  ถือเป็นเอกพจน์  (จำนวนรวมทั้งหมด)  ต้องใช้กับกริยาที่เป็นเอกพจน์ด้วย  (Is, Has, Depends)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

              ตัวอย่างที่  ๑

-       The number of people who ask questions at the end of the lecture __________________ always quite astonishing.

(จำนวนของผู้คนที่ถามคำถามเมื่อตอนเสร็จสิ้นการบรรยาย  ________________ น่าประหลาดใจทีเดียว)  (คือมีผู้ถามคำถามมากมายจนนึกไม่ถึง)

(a) be

(b) is

(c) are

(d) were

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก   “The number of”  แม้จะตามด้วยคำนามที่เป็นพหูพจน์  (Plural)  แต่ต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  (Singular)  ซึ่งในที่นี้คือ  “is”  เพราะหมายถึง  “จำนวน”  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

-         The number of boys is twenty. 

(จำนวนเด็กผู้ชายคือ ๒๐ คน)

-         The number of people who came to the motor show was quite impressive. 

(จำนวนคนที่มางานมอเตอร์โชว์น่าประทับใจมาก – คือมากันเยอะแยะ)

                      สำหรับ “A number of”  (จำนวนมาก)  ต้องตามด้วยคำนามพหูพจน์  และ ถือเป็นพหูพจน์  จึงต้องใช้กับกริยาพหูพจน์  ดังตัวอย่าง

            - A number of students are in the classroom.

(นักเรียนจำนวนมากอยู่ในห้องเรียน)

        - A number of tourists have visited Thailand over the past few years. 

(นักท่องเที่ยวจำนวนมากได้มาเยือนประเทศไทยในช่วง ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา)

         - A number of women have become executives in both the government and the private sector.

(ผู้หญิงจำนวนมากได้เป็นผู้บริหารทั้งในภาครัฐและเอกชน)

 

9. He always tries to avoid __________________.

(เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยง ____________________________ อยู่เสมอ)

(a) work hard

(b) hard works

(c) hard work   (งานหนัก)

(d) every hard work

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก  “Work”  (งาน)  เป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  จึงไม่สามารถเติม  “S”  ได้ (ตัดข้อ (b)  ทิ้ง)  และไม่สามารถนำหน้าด้วย  “Every  เพราะว่าใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์  (ตัดข้อ (d)  ทิ้ง)  สำหรับ ข้อ (a) สามารถใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Working hard”  เนื่องจากหลัง “Avoid”  ต้องใช้รูป “Gerund” (Verb + ing)    ดูเพิ่มเติมการใช้   “Work hard” (ทำงานหนัก)  และ “Hardly work” (ไม่ใคร่จะทำงาน)  จากตัวอย่างประโยคข้างล่าง  

                ตัวอย่างที่  ๑

-Those people are working very ________________.

(ผู้คนเหล่านั้นกำลังทำงาน ___________________________ มาก)

(a) hardly

(b) hard    (หนัก)

(c) harder

(d) successful

ตอบ   –   ข้อ  (b)  เนื่องจาก   “Hard” เป็นทั้งคำคุณศัพท์ (Adjective) และกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  ในคำเดียวกัน  โดยหมายถึง “หนัก”  ดังนั้น  เมื่อขยายกริยา “are working”  จึงไม่ต้องเปลี่ยนเป็น “hardly”  (หรือ อาจตอบข้อ (d) แต่ต้องแก้เป็น “successfully”  -  อย่างประสบความสำเร็จ)  สำหรับ “Hardly” เป็น “Adverb of frequency” (แสดงความ “บ่อย” หรือ “ถี่”)  หมายถึง   “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่”  โดยมีความหมายเหมือนกับ  “Seldom, Rarely, Scarcely” ดังตัวอย่าง

           - He hardly works.

   (เขาไม่ใคร่จะทำงาน หรือ เขาแทบจะไม่ทำงาน)

          - She is hardly patient.

     (เธอไม่ใคร่จะอดทน)

          - They had hardly finished their work when it began to rain.

     (พวกเขาทำงานยังไม่ใคร่จะเสร็จ  เมื่อฝนเริ่มตก)

                  สำหรับการวางตำแหน่งของ “Adverb of frequency” (seldom, hardly, always, often, generally, usually, occasionally, rarely, never)  ในประโยค มีดังนี้ คือ

๑.     วางไว้หน้าคำกริยาทั่วไป เช่น

-         They always come late.(พวกเขามาสายเสมอ)

-         She usually goes shopping.(เธอไปซื้อของเป็นประจำ)

-         He seldom drives to work.(เขาแทบจะไม่ได้ขับรถไปทำงาน)

๒.   วางไว้หลัง “verb to be” เช่น

-         He is often late for class.(เขาเข้าห้องเรียนสายบ่อยๆ)

-         They are always busy with their work.(พวกเขามักยุ่งอยู่กับงานเสมอ)

-         She is never contented with her life.(เธอไม่เคยพอใจในชีวิตเลย)

๓.    ถ้ามีคำกริยา ๒ ตัวในประโยค ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น เช่น

-         They have always had lunch there.(พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)

-         She will never love him.(เธอจะไม่มีวันรักเขา)

-         You should never come to class late.(คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)

-         He is always asking me.(เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)

-         We have never traveled to New York.(เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ค)

๔.    สำหรับ “never”  และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ เช่น “never,  hardly,  seldom, never before (ไม่เคยมาก่อนเลย),  never in my life (ไม่เคยเลยในชีวิต), no sooner,  in vain (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  not often,  not only (ไม่เพียงแต่),  not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  not until (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  ต้องเรียงรูปประโยคใหม่ดังนี้ คือ {Never (no sooner, hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might, must, etc.)  + subject + verb (แท้)เช่น

-         Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น –  เน้นตรงคำว่า “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

-         No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

-         Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

        ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

-         Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place (ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

-         Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

-         Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย

-         Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

10. I wish you and your wife many years of happiness together and look forward ____________________ you both.

(ผมขออวยพรให้คุณและภรรยามีความสุขด้วยกันตลอดไป  และหวังอย่างยิ่งกับ (หรือ “ตั้งตารอ”) ______________________ คุณทั้ง ๒ คน)  (หมายถึงในวันข้างหน้า) 

(a) to see

(b) to seeing    (การได้พบ)

(c) for seeing

(d) to be seeing

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “To” ที่ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้  ถือเป็น Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนามหรือ “Gerund” (Verb + ing)   ได้แก่

 Look forward to” (ตั้งตารอคอย), “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย), Admit”  (ยอมรับ),  “Devote…..to” (อุทิศ..............ให้กับ), Dedicate………to” (อุทิศ............ให้กับ), “Apply……to” (ประยุกต์.............เข้ากับ)    ดังประโยคตัวอย่าง  

          - She looks forward to buying a new home next year.

(เธอตั้งตาคอยซื้อรถคันใหม่ปีหน้า)

-  He looks forward to his  birthday party next week.

(เขาตั้งตารอคอยงานเลี้ยงวันเกิดของเขาในสัปดาห์หน้า)       

       - We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow. 

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

     - She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

         - He admitted to having an extramarital affair that ended in a pregnancy.

(เขายอมรับว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่นที่มิใช่ภรรยา  ซึ่งจบลงด้วยการทำแท้ง)

       - He devotes most of his time to studying in the library.

(เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการศึกษาในห้องสมุด)

       - They applied their knowledge gained from training overseas to performing their daily work. 

(พวกเขาประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการอบรมในต่างประเทศ  เข้ากับการทำงานประจำวัน)

 

11. She spoke slowly and emphatically in order to ______________.

(เธอพูดอย่างช้าๆ และเน้นย้ำ  เพื่อที่จะ __________________________ )

(a) make herself clearly

(b) making herself clear

(c) be made herself clear

(d) make herself clear   (ทำให้ตัวเธอเองเป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจน)  (ไม่มีผู้ใดข้องใจหรือสงสัยในตัวเธอ)

ตอบ   -   ข้อ (d) เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง “Make +  กรรม + Adjective หรือ   “Make +  กรรม + Verb 1” ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างประโยคข้างล่าง

                ตัวอย่างที่  ๑

-       News services make ______________ for newspapers to give their readers news from around the world. 

(การบริการข่าวสารทำให้ ________________________ สำหรับหนังสือพิมพ์ที่จะให้ข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลกแก่ผู้อ่านของตน)

(a) possible    (เป็นไปได้)

(b) it possible    (มันเป็นไปได้)

(c) it is possible

(d)  possible that

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เพราะเป็น  “Pattern”  ที่นิยมใช้กันแพร่หลาย คือ (Make + กรรม + adj.)  เช่น   “Make it difficult”  “Make it impossible”  “Make it necessary”  “Make it popular”  “Make you skillful”  “Make her happy”  “Make them famous”  ซึ่งมีความหมายคือ   “ทำให้ยาก-เป็นไปไม่ได้-จำเป็น-เป็นที่นิยม-มีทักษะ-มีความสุข-มีชื่อเสียง”  (ตามลำดับ)

 

12. A:  “Have you ever been to Hua-Hin?”

(คุณเคยไปหัวหินหรือเปล่า)

     B: “Yes, I ___________________ there during last week.”

(เคยครับ  ผม ________________________ ที่นั่นในระหว่างสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) have been   (เคยไป)

(b) have ever been   (เคยไป – แต่ในประโยคบอกเล่าไม่นิยมใช้  )

(c) was   (อยู่ที่)

(d) had been

ตอบ   -   ข้อ  (c)  เนื่องจาก “สัปดาห์ที่แล้ว”  เป็นอดีต  จึงต้องใช้  “Was

 

13. She is too excited to say ___________________ ).

(เธอตื่นเต้นเกินไปที่จะพูด __________________________ )

(a) nothing

(b) something

(c) anything    (สิ่งใดๆก็ตาม)

(d) every thing

 

14. ____________________ stamps, he collects coins.

(______________________________ แสตมป์  เขาสะสมเหรียญกษาปณ์)

(a) Except   (ยกเว้น)

(b) Beside    (ข้างๆ)

(c) In addition to    (นอกเหนือจาก)

(d) There are no

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับคำอื่นๆที่สามารถใช้ได้ คือ   “Besides (นอกจาก), “Apart from”  (นอกเหนือจาก)

 

15. Did you ____________________ your aunt of this ring?

(คุณ ____________________________ แหวนวงนี้ไปจากป้าของคุณใช่หรือไม่)

(a) steal    (ลักขโมย)

(b) buy    (ซื้อ)

(c) rob    (ชิงทรัพย์, แย่งชิง, ปล้น)

(d) receive    (ได้รับ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง “Rob someone of something”  (ชิงทรัพย์หรือปล้นอะไรไปจากใคร) เช่น  “A man robbed me of my notebook.” (ชายคนหนึ่งชิงเอาโน๊ตบุ๊คของผมไป)  สำหรับการใช้  “Steal” มีโครงสร้าง คือ  “Steal something from someone”  (ขโมยอะไรไปจากใคร)

เช่น  “The boy stole my watch (from me).” (เจ้าเด็กคนนั้นขโมยนาฬิกาผมไป)

 

16. A woman with white hair is a ________________ woman.

(ผู้หญิงที่มีผมสีขาว  คือผู้หญิง ___________________________ )

(a) white hair

(b) white-hair

(c) white haired

(d) white-haired    (ผมขาว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

-   True hibernation takes place only among warm-blooded animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์    เลือดอุ่น)

ประโยคข้างบนต้องใช้ “Warm-blooded”  เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น (Compound adjective) คือ คำ  ๒  คำ ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์ (Adjective) คำเดียว จะต้องมีขีด ( - ) คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม  “Ed”  หลังคำนามได้  ตัวอย่าง  เช่น

         - a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย

         - an absent-minded man – คนใจลอย

         -service-minded people– คนจิตอาสา

         - a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์

         - a black-haired boy – เด็กชายผมดำ

           -a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต

        - red-faced people – คนหน้าแดง (เป็นเผ่าพันธุ์)

        - a baby-faced man–คนหน้าเด็ก (หน้าอ่อนกว่าวัย)

        - a thick-skinned boy – เด็กหน้าด้าน (เด็กหนังหนา)

        - a right-handed man – ผู้ชายถนัดมือขวา

        - a left-handed woman – ผู้หญิงถนัดมือซ้าย

       - a light-fingered boy – เด็กมือไว (มือเบา)

        - a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น

         - a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a long-legged man – ผู้ชายขายาว

         - a big-headed boy – เด็กหัวโต

         - a far-sighted person – คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a round-eared girl – เด็กผู้หญิงหูกลม

 

17. The spectacles were ___________________ broken.

(แว่นตาถูกทำแตก – หรือหัก - _________________________ )

(a) accident    (อุบัติเหตุ) (คำนาม)

(b) by accident

(c) accidental    (เป็นอุบัติเหตุ, เกียวกับอุบัติเหตุ) (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) accidentally    (โดยอุบัติเหตุ) (เป็นกริยาวิเศษณ์)

ตอบ  -  ข้อ   (d)  เนื่องจากขยายกริยา (broken) จึงต้องเป็นกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  ทั้งนี้  มีอีก ๒ รูปแบบที่สามารถใช้ได้เช่นกัน  คือ

-           The spectacles were broken by accident.

-           The spectacles were broken in an accident.

 

18. There is a house __________________ in the next street.

(มีบ้าน _____________________________ ในถนนถัดไป)

(a) letting

(b) for let

(c) to let   (ให้เช่า)

(d) having let

ตอบ   –   ข้อ  (c) “A house to let” =  บ้านให้เช่า

 

19. Have you ever had your voice ___________________?

(คุณเคย ________________________ เสียงไหม – คือให้เสียงถูกบันทึกโดยผู้อื่น)

(a) record

(b) to record

(c) recorded    (บันทึก)

(d) recording

ตอบ   –   ข้อ  (c)  เป็นการใช้ในโครงสร้าง “Causative use” ในแบบ “Passive voice”  คือ “ประธานให้กิจกรรมบางอย่างถูกกระทำโดยผู้อื่น” (Subject + Have (Get) + Something + Done (กริยาอะไรก็ได้ แต่เป็นช่องที่  ๓) + (by someone)  แต่ทั้งนี้ นิยมพูดในภาษาไทยว่า  “ประธานทำสิ่งนั้นสิ่งนี้เอง”   เช่น

              - He has his hair cut once a month.

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)

          - She has her room cleaned every day.

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)

          - We had our car washed once a week last year.

(เราล้างรถอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)

                       สำหรับการใช้โครงสร้าง “Causative use” ในแบบ “Active voice” คือ  “Subject + Have + Someone + Do (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่  ๑) + Something” หรือ (= Subject + Get +  Someone + To do + Something)  (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  มีดังนี้ คือ

1. subject + have + someone + do + something (กรรมของ  verb “do”)

2. subject + get + someone + to do + something (กรรมของ verb “do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

                     ทั้ง ๒ โครงสร้างข้างบน ถือว่าอยู่ในรูปของ “Active voice” เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

-         He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

-         He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

-         She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

-         She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

-         We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

-         We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

-        อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป “Passive voice” คือ {Subject + have (get)    + something + done + (by someone)}   {(ประธาน  ใช้ให้บางสิ่ง  ถูกกระทำ (กริยาอะไรก็ได้ อยู่ในช่องที่ ๓)  +  (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้  ทั้ง  “have และ “get”  ในโครงสร้างแบบนี้  จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ  ดังตัวอย่าง

-         He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆตัว คือ “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ” แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้ โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า “เขาไปตรวจตา”)

-         He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

-         She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

-         She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

-         We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

-         We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

 

20. Neither I nor my sister ____________________ going to the dance.

(ไม่ทั้งผมและน้องสาว ______________________ ไปเต้นรำ)  (คือ ทั้งผมและน้องสาวไม่ไปเต้นรำ)

(a) is

(b) am

(c) are

(d) aren’t

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจาก ประธานประโยค  ๒  ตัว เชื่อมด้วย “Or, Either… …..or, Neither…….nor, Not only……..but also   ให้ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง   เช่น

       - You or I am to blame for the error.

(ไม่คุณก็ผมที่ควรถูกตำหนิสำหรับความผิดพลาด)  (ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง คือ  “I”)

      - When I came in, neither the radio nor the television was on.

(เมื่อผมเข้ามา  ทั้งวิทยุและทีวีมิได้เปิดอยู่)  (ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง คือ “the television”)

        - Neither you nor I was glad.

(ทั้งคุณและผมไม่ดีใจ)  (ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง คือ “I”)

        - Although we have been living in Thailand for 5 years, neither my husband nor I speak Thai fluently.

(แม้ว่าเราได้อยู่เมืองไทยมา ๕ ปีแล้ว  ทั้งสามีและฉันพูดไทยไม่คล่อง) (ใช้กริยาตาม “I”)

        - Either excessive social obligation or just plain laziness has kept him from his work.

(ภาระทางสังคมที่มากเกินไป  หรือ เพียงแค่ความเกียจคร้านธรรมดา (อย่างใดอย่างหนึ่ง) ที่ทำให้เขาไม่ทำงาน)  (ใช้กริยาตาม “plain laziness”)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้