หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 191)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. A computer is vastly superior _________________ a calculator.

(คอมพิวเตอร์เหนือกว่า (มีประโยชน์กว่า, มีประสิทธิผลกว่า) _________________ เครื่องคิดเลขอย่างมากมาย)

(a) than

(b) more than

(c) to

(d) over

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับวลีที่ใช้กับ   “To”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                  สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ)  -  He is very cruel to his children.  (เขาทารุณโหดร้ายกับลูกๆมาก),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น                                          

                สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “owe money to”  ()  -  He owes money to several men in the office.  (เขาเป็นหนี้เงินแก่คนมากมายในที่ทำงาน)  “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

2. She is very popular __________________ her colleagues and neighbors.

(เธอเป็นที่นิยมชมชอบ ________________________ เพื่อนร่วมงานและเพื่อนบ้านของเธอ)

(a) for

(b) by

(c) with    (แก่, ของ)

(d) on

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “With”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                         คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ),  “popular”  (เป็นที่นิยม),  “satisfied”  (พอใจ),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง),  “familiar”  (คุ้นเคย),  “patient”  (อดทน),  “friendly”  (เป็นมิตร),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือนกัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”)เป็นต้น

                        กริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  Compare this sentence with the next one  (จงเปรียบเทียบประโยคนี้กับประโยคถัดไป),  compete  (แข่งขัน)  -  You must compete with yourself, not others.  (คุณจะต้องแข่งขันกับตัวเอง  มิใช่กับผู้อื่น),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  I agree with you on this issue.  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประเด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  Try to acquaint yourself with your new surroundings.  (จงพยายามทำให้ตัวคุณคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  I began my work with cutting down the trees.  (ผมเริ่มงานด้วยการตัดต้นไม้เสียหลายต้น)  (มีงานที่ต้องทำหลายๆ อย่าง),  “interfere”  (แทรกแซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  Don’t interfere with other people’s business. (จงอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของผู้อื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม),   เป็นต้น

 

3. Some people feel homesick when they are away ________________ home.

(บางคนรู้สึกคิดถึงบ้าน  เมื่อพวกเขาอยู่ห่างไกล _____________________ บ้าน)

(a) out of

(b) from    (จาก)

(c) with

(d) at

ตอบ   -   ข้อ   (b)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “From”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                       สำหรับคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่“Different”  (แตกต่าง)  -  She is very different from her twin sister.  (เธอแตกต่างอย่างมากมาย  จากน้องสาวฝาแฝด),  “Far”  (ไกล)  -  My house is very far from the office.  (บ้านของผมอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก), “Free”  (เป็นอิสระ),  “Safe”  (ปลอดภัย),  “Immune”  (ปลอดภัยจาก, ได้รับความคุ้มกันจาก),  “Absent”  (ไม่อยู่, ขาดหายไป)  -   Some students are frequently absent from school.  (นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อย),  “Away”  (อยู่ห่าง)  -  Most people don’t like to be away from home for a long time.  (คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลานานๆ),  “Evident”  (เห็นได้ชัดจาก),  เป็นต้น

                 สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่  “Differ”  (แตกต่าง),  “Borrow”  (ขอยืม),  “Abstain”  (ละเว้น),  “Prevent”  (ขัดขวาง),  “Suffer”  (ป่วยเป็น หรือ เดือดร้อนเพราะ),  “Refrain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง),  “Stop”  (หยุด, ขัดขวาง),  “Separate”  (แยก, แยกออก, สกัด),  “Protect”  (ปกป้อง, คุ้มครอง),  “Prohibit”  (ห้ามไม่ให้),  “Hinder”  (ขัดขวางไม่ให้),  “Defend”  (ป้องกัน),  “Draw”  (ดึงหรือลากออกมา),  “Recover”  (ฟื้นจาก),เป็นต้น

                    ส่วนวลีอื่นๆ ที่ใช้  “From”  ได้แก่  “From now on” = “นับจากนี้เป็นต้นไป”  “From time to time”  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  “Live from hand to mouth”  (ดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ),  “From the beginning”  (จากเริ่มต้น, จากเริ่มแรก),  “From place to place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From one place to another place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From the bottom of one’s heart”  (จากก้นบึ้งหัวใจของคนๆนั้น,  ด้วยความจริงใจ),  “From 2 to 4 p.m.”  (จาก  ๒  โมง  ถึง  ๔  โมงเย็น),  “From January to April”  (จากเดือนมกราคม ถึงเมษายน),  “Go from bad to worse”  (เลวร้ายหรือแย่ยิ่งกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว)  - Jack’s conduct in school has gone from bad to worse.  (ความประพฤติของแจ๊คในโรงเรียนเลวหนักยิ่งกว่าเดิม  ซึ่งก็เลวอยู่แล้ว)  -  Dick’s typing went from bad to  worse when has was tired.  (การพิมพ์ของดิ๊กซึ่งห่วยแตกอยู่แล้ว  กลับห่วยมากขึ้นไปอีก  เมื่อตอนเขามีอาการเหนื่อยล้า),  “From hand to hand”  (จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง)  -  The box of candy was passed from hand to hand.  (กล่องลูกอมถูกส่งจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง  และอีกคนหนึ่งจนทั่วถึง),  “Fall from grace”  (กลับไปมีนิสัยเลวเหมือนเดิมอีก, ทำสิ่งเลวๆอีกครั้ง)  -  The boy fell from grace when he lied.  (เด็กคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ดี  เมื่อเขาโกหก),  “From pillar to post”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  หลายๆครั้ง  แบบระเหเร่ร่อน  -  เปรียบเหมือนนกเกาะเสาต้นหนึ่ง  แล้วโผไปอีกต้นหนึ่ง)  -  Jim’s father changed jobs several times a year, and the family was moved from pillar to post  (พ่อของจิมเปลี่ยนงานหลายครั้งในแต่ละปี  และครอบครัวต้องย้ายบ้านหลายครั้งหลายหน),  “From scratch”  (จากศูนย์, จากไม่มีอะไรเลย, จากมือเปล่า)  -  Tom started his business from scratch.   (ทอมเริ่มต้นธุรกิจของเขาจากที่ไม่มีอะไรเลย  -  หรือจากศูนย์),  “From across the world”  (จากทั่วโลก),  “From door to door”  (จากบ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง)  -  She sells face cream from door to door.  (เธอขายครีมทาหน้าจากบ้านหลังหนึ่ง  สู่บ้านอีกหลังหนึ่ง  และอีกหลังหนึ่ง),  “From head to foot”  (จากหัวถึงเท้า,  อย่างพินิจพิเคราะห์, อย่างรอบคอบ)  -  The stranger looked the boy over from head to foot.  (คนแปลกหน้ามองเด็กคนนั้นอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง),  “From end to end”  (ทั่วทั้งบริเวณ)  -  The dog sniffed the yard from end to end in search of a bone  (หมาสูดดมสนามทั่วทั้งบริเวณ  เพื่อค้นหากระดูก), “From top to bottom”  (จากบนถึงล่าง, ทั่วทั้งหมด)  -  This new car has been redesigned from top to bottom.  (รถใหม่คันนี้ถูกเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งคัน),  เป็นต้น

 

4. Many old people who are admitted to hospital are deficient _______________________ vitamin C.

(คนชราจำนวนมากผู้ซึ่งถูกรับตัวเข้าโรงพยาบาล  ขาดแคลน (บกพร่อง) _________________________ วิตามินซี)

(a) from

(b) in    (ใน)

(c) of

(d) with

ตอบ   -   ข้อ   (b)  สำหรับวลีที่ใช้กับ   “In”  ได้แก่  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),  “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry” (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time(ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ),“in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล), “in writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน),“deep in water and mud” (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)“arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),“interested in”(สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง),  “in a pocket”  (ในกระเป๋า)“sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”(ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden”  (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ)“in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school” (ในโรงเรียน),  “in hospital”  (ในโรงพยาบาล)“in the kitchen”  (ในครัว), “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่  ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning  (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น),  “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ),  “in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ),  “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้),  “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้)“in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์), “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ)“in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ)“in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....)“make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ)“make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา),  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “in her view”  (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม)“in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน),  “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน)“$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน),  “shrink in size”(มีขนาดเล็กลง-หดลง),  “join in”  (ร่วมวงด้วย),  “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ  ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”(รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา),  “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา)“in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)  เป็นต้น

 

5. I don’t think I’ll buy this dress; it is not ______________ I really want. 

(ผมไม่คิดว่า  ผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ ___________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what    (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก   “what I really want”   เป็น “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มำช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ “Verb to be” (Is)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมหน้าที่ของ “Noun clause” จากประโยคข้างล่าง

              ตัวอย่างที่  ๑

-         Tell me _______________________.

(บอกผมซิว่า ______________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want   (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ   –   ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้  “Noun clause”  มักขึ้นต้น (นำหน้า) ด้วย  “Question words” (what, when, where, why, how, how much, how many, how often, who, whom, that, whether, if – หรือไม่)  (โดยไม่ต้องมี  “That”  อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)  ทั้งนี้ โครงสร้างของ “Noun clause” คือ  “Question word + Subject + Verb”  (เรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)   สำหรับ  “Noun clause” ทำหน้าที่ดังนี้   คือ

                ๑.   เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค   เช่น

      - What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

      - How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

       - Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

       - Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

       - That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

       - Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

              ๒.  เป็นกรรมของ “Verb” หรือประโยค  เช่น

       - I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

       - She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

       - They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

       - We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

       - She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

        - The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

        - I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

              ๓.  เป็นกรรมของ “Preposition”  เช่น

        - She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

        - They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

         - We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

         - They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                    ๔.  วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.)  เช่น

         - I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

         - He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

         - They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

         - We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                 ๕.  ใช้แทนคำนาม (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน  เช่น

             - The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

(ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน(“The fact”  คือ “that he graduated with first-class honor

ดังนั้น  “that he graduated with first-class honor”  จึงเป็น  “Noun

clause”)  อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.(ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  The fact”  ไม่ใช่ “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้นthat (which) he told me” จึงเป็น “Adjective clause” มาขยาย “the fact

        - The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันมิได้ยึดถือกันโดยทุกคน)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น “Noun clause)

        - The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น “Noun clause)

หมายเหตุ  –  จากตัวอย่างข้างบน  ถ้าเป็น “Noun clause” จะใช้ “that” นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้ “which”)  และ  “that” จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น “Adjective clause”  จะใช้ “that” หรือ “which” ก็ได้  และมันจะทำหน้าที่ประธาน หรือกรรมของประโยคอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น

-      The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย “The book”  โดย “which (that)” ทำหน้าที่เป็นประธานของ

Clause

        -  The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น Adjective clause” ขยาย “The book”  โดย “which (that)” ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ Clause”  ส่วน “me” เป็นกรรมรอง)

 

6. You can learn ___________________ the word from the dictionary.

(คุณสามารถเรียนรู้ ______________________________ คำจากพจนานุกรม)

(a) pronunciation    (การออกเสียง, วิธีการออกเสียง)

(b) pronouncing

(c) to pronounce   (ที่จะออกเสียง)

(d) pronounce

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Learn + to + Verb 1” ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                  ตัวอย่างที่ 

-    I’ll try ______________________ my best.

(ผมจะพยายาม _________________________ ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do (ทำ)

ตอบ   –   ข้อ  (d) “Do one’s best” = “ทำดีที่สุด” และหลังกริยา  “Try” ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วยInfinitive with to” (To + Verb 1)  ได้แก่   “promise (สัญญา),  offer (เสนอ),   want (ต้องการ),   hope (หวัง),   plan (วางแผน),   hesitate (รีรอ, ลังเลใจ),   fail (ล้มเหลว),   learn (เรียนรู้),   expect (คาดหวัง),   refuse (ปฏิเสธ), need (ต้องการ),  dare (กล้า),  claim (อ้าง),   agree (ตกลง),  demand (เรียกร้อง),   wish (ปรารถนา),   intend (ตั้งใจ),  seem (ดูเหมือนว่า),  resolve (ตกลงใจ),  determine (ตัดสินใจ),  decide (ตัดสินใจ),  pretend (แสร้งทำ), afford  (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้),  happen (บังเอิญ),  appear (ดูเหมือนว่า), prove (พิสูจน์ว่า),   ask (ขอร้อง),  beg (ขอร้อง),  choose (เลือก),  manage (ประสบความสำเร็จ),   hurry (เร่งรีบ),   tend (มักจะชอบ),   arrange (จัดแจง, เตรียมการ),   care (สนใจ),  come (มา)   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

-         They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

-         She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

-         He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

-         We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

-         He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

-         We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

-         She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

-         She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

-         They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

-         We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

-         He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

-         They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

-         The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

-         They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

-         Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

7. How old must one ___________________ in an election?

(คนเราจะต้องอายุเท่าใด ___________________________ ในการเลือกตั้ง)

(a) to vote

(b) to be voted

(c) to be to vote

(d) be to vote   (ที่จะลงคะแนนเสียง)

ตอบ   -   ข้อ  (d) เนื่องจากมาจากประโยคบอกเล่า  “One must be 20 years old to vote in an election.” (คนเราจะต้องอายุ  ๒๐  ปี ถึงจะลงคะแนนในการเลือกตั้งได้)  และ “Must” ต้องตามด้วย “Infinitive without to” (Verb 1) ดังนั้น  จึงต้องใช้ “One must be 20 years………….” จะใช้ “Must is, Must areไม่ได้  และเมื่อเป็นประโยคคำถาม จึงต้องใช้ว่า  “How old must one be to vote…………..?” (คนเราจะต้องอายุเท่าใด  จึงจะลงคะแนน...............)

 

8. When the burglar ran down the stairs, Miss Emmy threw a chair _____________________ him and knocked him down.

(เมื่อเจ้าหัวขโมยวิ่งลงบันไดไป  มิสเอ็มมี่ได้ขว้างเก้าอี้ ___________________ เขา  และทำให้เขาล้มลง)

(a) to

(b) on

(c) at   (ไปที่)

(d) against

 

9. His son was given a watch for his birthday, and his daughter a necklace for __________________. 

(ลูกชายของเขาได้รับนาฬิกาสำหรับวันเกิดของตน  และลูกสาวได้สร้อยคอสำหรับ (วันเกิด) _______________________ )

(a) him

(b) her

(c) hers   (ของเธอ)

(d) his

ตอบ   -   ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Possessive pronoun” (His, Hers, Its, mine, yours, ours, theirs)   จึงสามารถอยู่ลอยๆคำเดียวได้  ไม่ต้องมีคำนามตามหลัง  ซึ่งมีค่าเท่ากับ “Her birthday” ตัวอย่างอื่นๆ เช่น

               - My house is small but yours (= your house) is big.

(บ้านของผมหลังเล็ก  แต่ของคุณหลังใหญ่)

            - His dog is ferocious while hers (= her dog) is tame and lovely.

(หมาของเขาดุร้าย  ในขณะที่ของเธอเชื่องและน่ารัก)

 

10. What she saw made her _________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ ___________________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ   -    ข้อ   (a)  เนื่องจาก  “Make +กรรม + Verb 1(ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง)

                       ตัวอย่างที่  ๑

-             The manager let everyone __________________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน_______________________สำนักงานแต่เนิ่นๆเพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

(c) left

(d) leave    (ออกจาก)

ตอบ    -    ข้อ  (d)  เนื่องจากหลังกรรมของ  “Make, Let, Have (ใช้), See, Hear, Feel”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  คือ กริยาช่องที่  ๑  ที่ไม่มี  “to นำหน้า  ตัวอย่างประโยค  เช่น

-        She lets them play in the field.                                                 

(เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

-        We made them laugh.

     (เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

-        I heard her sing.

      (ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

-        He saw her walk in the street.

      (เขาเห็นเธอเดินในถนน)

-        She had them clean her room.

     (เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

 

11. Have you a book about _____________________ English?

(คุณมีหนังสือเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ________________________ หรือเปล่า)

(a) every day    (ทุกวัน)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(b) everyday    (ทุกวัน)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) everydays    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) every days    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ  (b)   เนื่องจากขยายหน้าคำนาม  “English”   จึงต้องใช้คำคุณศัพท์  สำหรับ  “Every day”  เป็น “Adverb of frequency”   ใช้ขยายคำกริยา เช่น

             -They go to school every day.

             - We clean our rooms every day.

 

12. Don’t _____________________ others.

(จงอย่า _______________________________ ผู้อื่น)

(a) look down    (มองลงข้างล่าง)

(b) look upon

(c) look down upon    (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม)

(d) look up and down    (มองขึ้นข้างบนและลงข้างล่าง)

 

13. She is very beautiful; _________________ all her sisters are rather ugly.

(เธอสวยมาก _________________ พี่สาวน้องสาวของเธอทุกคนค่อนข้างจะขี้เหร่)

(a) when    (เมื่อ, ตอนที่)

(b) because    (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(c) unless    (ถ้า................ไม่)

(d) while    (ในขณะที่, ในเวลาเดียวกัน, แม้ว่า)

 

14. Wise men love truth; _________________ fools shun it.

(คนฉลาดรักความจริง ___________________________ คนโง่หลีกเลี่ยงมัน)

(a) because    (เพราะว่า)

(b) whereas    (ในทางตรงกันข้าม, แต่ทว่า, อย่างไรก็ตาม)

(c) unless    (ถ้า.................ไม่)

(d) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

 

15. Tell me the reason ____________________ your coming here.

(จงบอกเหตุผล ____________________________ การมาที่นี่ของคุณ)

(a) of

(b) for    (สำหรับ)

(c) in

(d) why

(e) that

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “The reason for” +  “วลี”   ส่วน “The reason why” +  “ประโยค”    เช่น

             - The reason for her failure in business is not known.

(เหตุผลสำหรับความล้มเหลวของเธอในธุรกิจไม่มีใครทราบ)

             - He gave me the reason for his purchase of a new home.

(เขาให้เหตุผลแก่ผมสำหรับการซื้อบ้านหลังใหม่ของเขา)

             - We don’t know the reason why she did not marry him.

(เราไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมเธอจึงไม่แต่งงานกับเขา)

             - The reason why he failed was his poor health.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงล้มเหลว  ก็คือสุขภาพไม่ดีของเขาเอง)

 

16. He became a doctor ___________________ his father.

(เขาเป็นหมอ _____________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like    (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ    –    ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Like” เมื่อหมายถึง  “เหมือน”  จะเป็น “Preposition”   จึงต้องตามด้วยคำนาม   สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ “the same as”   ส่วน   “As”  (เหมือนกับ)  ต้องตามด้วย  “Subject + Verb”  (ดูความแตกต่างการใช้   “Like”  และ   “As”  จากประโยคข้างล่าง)

-   Like the other nations of Eastern Europe, Poland was

politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดย

สหภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ    -    ประโยคข้างบนใช้   “Like”  เนื่องจาก   “Like” (หมายถึง “เหมือน, คล้าย”)  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น  “the other nations” “his father”  “most hard-working people  (คนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “as” (หมายถึง “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (as + Subject + Verb)   เช่น

           - He did as his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

         - She smiled as her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ  หรือ  เป็น” จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น

         - She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

         - He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

         - They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

      - As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆปี)

 

17. The shopkeeper was angry with us ____________________ not buying anything.

(เจ้าของร้านโกรธเรา ___________________________ ไม่ซื้ออะไรสักอย่าง)

(a) since    (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(b) because    (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(c) for    (เนื่องจาก, เพราะว่า)

(d) as we did    (เนื่องจากเรา)

ตอบ   –   ข้อ  (c)  เนื่องจาก   “For + Gerund (Verb + ing) (for not buying)สำหรับข้อ (a) (b)  และ (d) สามารถใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น “since (because, as) we did not buy anything” (เนื่องจากเราไม่ซื้ออะไรเลย)

 

18. The sky is cloudy and it looks like ___________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน _____________________________ )

(a) rain    (ฝน)

(b) to rain

(c) rainy

(d) it will rain

ตอบ   –   ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Like”  ในที่นี้เป็น “Preposition”  หมายถึง “เหมือน, คล้าย”   ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้ คือ “ฝน”  (ดูคำอธิบายเพิ่มเติมในข้อ ๑๖)

 

19. When Tim heard that he had passed his exam with high marks, he realized that he had been worrying quite __________________.

(เมื่อทิมได้ยินว่าเขาได้สอบผ่านด้วยคะแนนสูง  เขาตระหนักว่า  เขาได้วิตกกังวล ______________________ อย่างยิ่ง)

(a) unnecessary

(b) unnecessarily    (อย่างไม่จำเป็น, โดยไม่จำเป็น)

(c) not necessary

(d) not necessarily

ตอบ   –   ข้อ  (b)  เนื่องจากขยายกริยา  (worrying)  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์(Adverb)

 

20. ____________________ the teacher, the boys stopped playing.

(__________________________________  ครู  นักเรียนหยุดการเล่น)

(a) To see

(b) Saw

(c) Seeing    (เห็น)

(d) They saw

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Present participle” (Verb + ing)แสดงรูป  “Active voice”  คือ  ขยายประธานของประโยค  (the boys)   เพื่อบอกให้รู้ว่าประธานฯ เป็นผู้ทำกริยา  “เห็นครู”  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ   “Present participle”   ที่บ่งบอกว่าประธานฯ เป็นผู้ทำกริยาที่ขึ้นต้นประโยค   เช่น

                - Walking along the road, he met his old friend.

(เดินไปตามถนน  เขาพบเพื่อนเก่าของเขา)  (เขาเป็นผู้ทำกริยา “เดิน”)

            - Seeing her teacher, Jane went to greet him.

(เห็นครูของเธอ  เจนเข้าไปทักทายเขา)  (เจนเป็นผู้ทำกริยา “เห็น”)

            - Looking out of the window, we could see beautiful scenery.

(มองออกไปนอกหน้าต่าง  เราสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม)  (เราเป็นผู้ทำกริยา  “มอง”)

-   Hoping to be there in time, Kim started early in the morning.

(หวังว่าจะไปที่นั่นให้ทันเวลา   คิมเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่)  (คิมเป็นผู้ทำกริยา

“หวัง”)

                       สำหรับ   “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)   เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  (แสดง Active voice”) เช่น

-         Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

-         Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

-         The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

-         The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

-         The people working in the office are my colleagues.

     (ผู้คนที่ทำงานในสำนักงานคือเพื่อนร่วมงานของผม)

-         The woman walking across the street is my sister.

     (ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

-         The man living next door is a bank manager.

      (ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

-         The children playing in the field are my neighbors’ kids.

     (เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

                   ในกรณีที่นำกริยาช่องที่ ๓  (Past participle)  มาขึ้นหน้าประโยค  มีความมุ่งหมายจะแสดงว่า  ประธานที่อยู่ข้างในประโยค  “เป็นผู้ถูกกระทำกริยานั้นๆ”   คือแสดงถึง   “Passive voice”   ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

-     Loved throughout the Western world, ballet is a theatrical

art that tells a story through dance accompanied by music.

(ได้รับความรักไปทั่วโลกตะวันตก  ระบำบัลเลต์เป็นศิลปะเกี่ยวกับละคร  ซึ่งเล่าเรื่องราวโดยผ่านทางการเต้นรำ  ที่ประกอบด้วยดนตรี)

                  เนื่องจากประธานของประโยค คือ  “Ballet”  เป็นสิ่งที่ “ถูกรัก” (ถูกกระทำ)  กริยา  “Loved”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ ๓ (Past participle)  สำหรับวลี “Loved throughout the Western world”   เป็นข้อความที่ขยายประธาน(Ballet) โดยทำหน้าที่เป็น  “Adjective phrase” ตัวอย่างอื่นๆในแบบนี้  (Passive voice)  ได้แก่

        -  Punished by his teacher, Jack tried hard to improve himself.

(ถูกลงโทษโดยครูของเขา  แจ๊คพยายามอย่างหนักที่จะปรับปรุงตัวเอง) (แจ๊คถูกลงโทษ)

        - Bitten by a snake, the dog died.

(ถูกกัดโดยงู  สุนัขตาย)  (สุนัขถูกกัด)

        -  Killed in the battlefield in the war, he was praised by fellow soldiers.

(ถูกฆ่าตายในสนามรบในสงคราม  เขาได้รับการสรรเสริญโดยเพื่อนทหาร) (เขาถูกฆ่าตาย)

        -  Asked by her parents, she came home from abroad to help in the family business.

(ถูกขอร้องโดยพ่อแม่ของเธอ  เธอกลับมาบ้านจากต่างประเทศ  เพื่อช่วยเหลือในธุรกิจของครอบครัว)  (เธอถูกขอร้อง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้