หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 157)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. ________________ you rather have tea or coffee?

(___________________ คุณอยากที่จะดื่มชาหรือกาแฟ)

(a) Do

(b) Will

(c) Would    (“Would rather”   อยากที่จะ)

(d) Why

 

2. It was raining.  ________________, we decided to go to the seaside.

(ฝนกำลังตก ___________________,  เราตัดสินใจที่จะไปชายทะเล)

(a) So therefore    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)  (ใช้คำซ้ำกัน)

(b) But however    (แต่, อย่างไรก็ตาม)  (ใช้คำซ้ำกัน)

(c) No matter

(d) However    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากข้อความข้างหลังคำนี้  แย้งกับข้อความข้างหน้ามัน  (ฝนกำลังตก  แต่จะไปเที่ยวชายทะเล)

 

3. In the old days, the judges in the Old Bailey carried bunches of flowers, to avoid _________________ the prison and the prisoners.

(ในสมัยโบราณ  ผู้พิพากษาใน “โอลด์ไบเล่ย์”  ถือช่อดอกไม้ไปด้วย  เพื่อหลีกเลี่ยง ____

___________________ คุกและนักโทษ)  (คือ  ผู้พิพากษาต้องเข้าไปพิจารณาคดีในคุก  จึงถือช่อดอกไม้ไปด้วย  เพื่อดับกลิ่นคุกและนักโทษ)

(a) smell

(b) to smell

(c) smelling    (การดมกลิ่น, การสูดกลิ่น, การได้กลิ่น)

(d) being smelled

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Avoid + Verb + ing  

 

4. They ___________________ understood what he said.

(พวกเขาเข้าใจ ___________________ ในสิ่งที่นายคนนั้นพูด)

(a) bad

(b) badly    (อย่างผิดพลาด, อย่างเลว, อย่างร้าย, อย่างไม่ดี, อย่างไม่เหมาะสม, อย่างผิดศีลธรรม)

(c) great

(d) ever

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากขยายกริยา  (Understood)  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)

 

5. We are __________________ with him now.

(เรา ____________________ เขาแล้วขณะนี้)

(a) tired    (“Tired of”  =  รู้สึกเบื่อหรือเหนื่อย)

(b) boring    (น่าเบื่อ)

(c) bored    (รู้สึกเบื่อ)

(d) tiring    (น่าเบื่อ, น่าเหนื่อย)

 

6. The whole group played very badly _________________ stage fright.

(ทั้งกลุ่มแสดงได้ห่วยแตกมาก __________________ ประหม่าเวที)

(a) owing to    (เนื่องจาก, เพราะว่า)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb” )

(c) in spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb” )

ตอบ   -   ข้อ    (a)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Owing to,  In spite of” จากประโยคข้างล่าง

                       ตัวอย่างที่ ๑

-   We shall not play football today ___________________ the heat.

(เราจะไม่เล่นฟุตบอลวันนี้ ____________________ ความร้อน  -  หรืออากาศร้อน)

(a) in spite of     (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) according to    (สอดคล้องกับ,  ตามที่................กล่าว)

(c) owing to    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) because     (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค)

ตอบ   -   ข้อ   (c) 

                        ตัวอย่างที่ ๒

-         __________________ his poor health, he could not work in a tropical country.

(____________________ สุขภาพที่แย่ของเขา  เขาไม่สามารถทำงานในประเทศในเขตร้อน)

(a) Because    (เพราะว่า)

(b) In spite of    (ทั้งๆที่)

(c) Because of    (เนื่องมาจาก)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                     ตัวอย่างที่ ๓

-      ________________ her friendly personality, she is admired by all her friends.

(___________________  บุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ  เธอได้รับการยกย่องโดยเพื่อนๆ ทุกคน)

(a) Because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

(b) Because of     (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) In spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) Although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Because of (= Due to = On account of = Owing to)  และ  “In spite of (= Despite = Notwithstanding)  จากประโยคข้างล่าง

                - Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

               - Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป ๒ ชั่วโมง)

              - He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

-      He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite = notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาราคาแพง  หรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

             - In spite of  (= Notwithstanding= Despite) the bad storm John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย   ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา  -   ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์)

             - In spite of (= Notwithstanding = Despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น   แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

            - They went out in spite of (= notwithstanding = despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

 

7. __________________ fortunes by the stars is called astrology.

(____________________  โชคชะตาโดย (พิจารณาจาก) ดวงดาว  ถูกเรียกว่า  “โหราศาสตร์”)

(a) Tell

(b) Telling    (การทำนาย, การเปิดเผย, การบอก, การแจ้ง, การเล่า)

(c) Told

(d) Being told

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เป็นการใช้   “Gerund”  (Verb + ing)  เป็นประธานของประโยค หรือของกริยา  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๑

-      She is sick.  I hope (that) _______________ her sister with her will make her happier.

(เธอป่วย  ผมหวัง (ว่า) ___________________ น้องสาวของเธออยู่ด้วยกับเธอ  จะทำให้เธอมีความสุขมากขึ้น)

(a) she has

(b) for having

(c) having    (การมี)

(d) that she had

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็น  “Gerund” (Verb + ing)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคย่อย  (having her sister……………..happier)   ในแบบ  “Noun clause”   ซ้อนอยู่ในประโยคใหญ่  ซึ่งมีประโยคย่อยเป็นส่วนหนึ่งของมัน  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Hope”  สำหรับประโยคใหญ่   คือข้อความทั้งหมด  ตั้งแต่   “I hope……………… …………..happier.”  

                      ตัวอย่างที่ ๒  

-   Following up on details __________________ not what we are concerned with. 

(การติดตามรายละเอียดมิได้ ____________________ สิ่งที่เราเกี่ยวข้องด้วย)

(ความหมาย  คือ  มิใช่เป็นหน้าที่ของเรา  ที่จะต้องไปติดตามรายละเอียด)

(a) is    (เป็น)

(b) are

(c) has

(d) have

ตอบ    -    ข้อ   (a)   เนื่องจากประธานของประโยค คือ   “Following up”    โดยมี   “on details”  เป็นส่วนขยาย  ทั้งนี้   “Following up”  เป็น   “Gerund” (Verb + ing)   ซึ่งถือเป็นคำนามประเภทหนึ่ง   ที่ความหมายขึ้นต้นด้วย    “การ..................”  หรือ   “ความ...................”   และ    “ถือเป็นคำเอกพจน์เสมอ”    จึงต้องใช้กับกริยา “Is”    ดูเพิ่มเติมการใช้   “Gerund” (Verb + ing)   เป็นประธานของประโยค  (หรือของกริยา)  จากตัวอย่างข้างล่าง

     Swimming is a good exercise.

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

-   Playing badminton is his favorite hobby.

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

-   Working in cool weather is pleasure.

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

Breathing is indispensable to all living things.

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

Sleeping is necessary to health.

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

        - Walking a long distance has made me tired.  

(การเดินระยะทางไกลทำให้ผมเหนื่อย)

        - Scuba diving has become very popular recently.   

(การดำน้ำลึกแบบมีเครื่องช่วยหายใจ  กลายเป็นที่นิยมกันอย่างมากเมื่อเร็วๆนี้)

 

8. _________________ is known for certain is that it was discovered in 1583.

(_____________________  เป็นที่รู้จักกันอย่างแน่นอน  คือว่า  มันถูกค้นพบในปี  ๑๕๘๓)

(a) All that    (ทั้งหมดซึ่ง)

(b) All

(c) All those

(d) That

ตอบ   -   ข้อ    (a)  “All”  เป็นประธานของอนุประโยค  โดยมี  “that is known for certain”   เป็นส่วนขยาย  และอนุประโยคนี้  (ในแบบ  “Noun clause” )  เป็นประธานของประโยคใหญ่  หรือของกริยา  “Is”  โดยมีอนุประโยค  (that it was discovered in 1583)  (ในรูป  “Noun clause” เช่นเดียวกัน)  เป็นส่วนขยายกริยาตัวนี้   (ประโยคใน ข้อ  ๘  มีอนุประโยค  ๒  ประโยค)

 

9. A great deal of work ________________, and is still being done, to improve the quality of the product.

(งานปริมาณมาก ____________________ , และกำลังถูกทำอยู่, เพื่อปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์)

(a) was done    (ถูกทำ)  (เป็นอดีต)

(b) has been done    (ได้ถูกทำไปแล้ว)

(c) had been done    (ได้ถูกทำ)  (เป็น “Past perfect tense”)

(d) was being done    (กำลังถูกทำ)  (เป็นอดีต)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้   “Present perfect tense”  ในแบบ   “Passive voice”เนื่องจากเหตุการณ์  (งานถูกทำ) เกิดในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด

 

10. I saw that __________________ the moonlight.

(ผมเห็นสิ่งนั้น ___________________ แสงจันทร์)

(a) in

(b) from

(c) by    (จาก, โดย)

(d) with

 

11. You must do according ________________ you are ordered.

(คุณจะต้องทำตาม ______________________ คุณถูกสั่ง – ให้ทำ)

(a) to

(b) from

(c) as    (ที่)

(d) with

ตอบ    –    ข้อ   (c)  เนื่องจาก   “According as”  (ตามที่)  เป็น   “Conjunction” ต้องตามด้วยประโยค  {Subject + verb +   (ส่วนขยาย)}  ส่วน  “According to” (ตามที่)   เป็น   “Preposition”   ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี    ดังตัวอย่าง

             - Everything went according as we have planned.

(= Everything went as we have planned.)

(ทุกสิ่งเป็นไปตามที่เราได้วางแผนไว้)

           - You must tell the story according as it really happened.

(= You must tell the story as it really happened.)

(คุณจะต้องเล่าเรื่องตามที่มันเกิดขึ้นจริงๆ)

          - I like the freedom to organize my day according as I want to.

(= I like the freedom to organize my day as I want to.)

(ผมชอบเสรีภาพ (หรือความไม่มีพิธีรีตอง) ที่จะจัดระเบียบ (หรือจัดตารางทำงาน) ในแต่ละวัน  ตามที่ผมต้องการจะจัด  –  คือไม่ต้องการให้ใครมาสั่ง)

            - According to Dr. Allen, the cause of death was drowning.

(ตามที่คุณหมอแอลเลนบอก  สาเหตุการตายคือการจมน้ำ)

             - The road was some forty miles long according to my map.

(ถนนยาวประมาณ ๔๐ ไมล์  ตาม (ข้อมูล) แผนที่ของผม)

             - The employees were given tasks according to their skills.

(พนักงานได้รับมอบหมายงานสอดคล้องกับทักษะของพวกเขา)

             - There are 6 classes organized according to age.

(มี ๖ ชั้นเรียน  ซึ่งถูกจัดตามอายุ)

             - Everything went according to plan.

(ทุกสิ่งเป็นไปตามแผน)

(= Everything went according as we have planned.)

              - According to the teacher, there will be an exam next week.

(ตามที่อาจารย์บอก  จะมีการสอบสัปดาห์หน้า)

               - According to the weather forecast, there will be a heavy storm this weekend. (ตามการพยากรณ์อากาศ  จะมีพายุจัดปลายสัปดาห์นี้)

 

12. The cobra is a __________________ snake.

(งูเห่าเป็นงู _______________________ )

(a) poisoned

(b) poison     (ยาพิษ, ให้ยาพิษ, วางยาพิษ) (เป็นคำนามและคำกริยา)

(c) poisoning

(d) poisonous    (เป็นพิษ, มีพิษ, มีอันตราย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   ขยายหน้าคำนาม  (Snake)  ต้องใช้คำคุณศัพท์

 

13. A ________________ uses force, or a threat of force.

(______________________ ใช้กำลัง  หรือการขู่กรรโชกว่าจะใช้กำลัง)

(a) thief    (หัวขโมย, โจรลักทรัพย์)

(b) robber    (โจรปล้น, โจรชิงทรัพย์)

(c) burglar    (โจรงัดแงะ-ย่องเบา)

(d) pick-pocket    (นักล้วงกระเป๋า)

 

14. Please tell me the difference _________________ a habit and a custom.

(โปรดบอกผมความแตกต่าง ____________________ นิสัย (หรือธรรมเนียมปฏิบัติ) และขนบธรรมเนียมประเพณี)

(a) of

(b) from

(c) between    (ระหว่าง)

(d) in

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้   “คำคู่”   “Between”   และ  “And”  

 

15. There is someone ____________________ at the door.

(มีใครบางคน ______________________ ที่ประตู)

(a) knock

(b) knocks

(c) knocking    (เคาะ)

(d) knocked

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจาก  “who knocks”  หรือ   “who is knocking”   ซึ่งมาจากอนุประโยคเต็มๆ  คือ   “who knocks at the door”  หรือ “who is knocking at the door”  ในที่นี้  “knocking”  เป็น  “Present participle”   ซึ่งถือเป็นคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง   ใช้ขยายข้างหน้า หรือหลังคำนาม บอกให้รู้ว่าคำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  ซึ่งในประโยคข้างบน   “ใครบางคนเป็นผู้เคาะประตู”

 

16. The blind __________________ unable to see anything.

(คนตาบอด ______________________ ไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย)

(a) is

(b) are

(c) was

(d) were

ตอบ   –   ข้อ   (b)  เนื่องจาก   เป็นการเอา   “The”  มานำหน้าคำคุณศัพท์   “Blind”  ทำให้กลายเป็นคำนาม   หมายถึง   “คนตาบอด”   ซึ่งถือเป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้กับกริยา   “Are”  หรือ   “Have”  ดังตัวอย่างอื่นๆ เช่น

            - The rich are not always happy.

(คนรวยไม่ได้มีความสุขเสมอไป)

            - The poor have no home to live in.

(คนจนไม่มีบ้านอาศัยอยู่)

          - The deaf hear nothing.

(คนหูหนวกไม่ได้ยินอะไรเลย)

          - In the old days the elderly were taken good care of.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี)

 

17. Both of them can drive but Bill drives _________________.

(ทั้ง ๒ คนขับรถเป็น  แต่บิลขับ _______________________ )

(a) careful

(b) more careful

(c) more carefully    (ระมัดระวังมากกว่า)

(d) most carefully

ตอบ   –   ข้อ  (c)  เนื่องจากขยายกริยา  “Drives”   “Careful”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  และขยายด้วย  “More”  เมื่อแสดงการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)

 

18. I shall complete this work __________________ three days.

(ผมจะทำงานนี้เสร็จสิ้น ________________________   วัน)

(a) for

(b) since

(c) by

(d) in    (ใน)

 

19. In some countries today there’s only one party at elections.  No

______________________ at all !

(ในบางประเทศในปัจจุบัน  มีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวตอนเลือกตั้ง  ไม่มี ________________________ ใดๆเลย)

(a) choose    (เลือก) (กริยาช่องที่ ๑)

(b) chose    (กริยาช่องที่ ๒)

(c) chosen    (กริยาช่องที่ ๓)

(d) choice    (ทางเลือก, การเลือก, สิ่งหรือคนที่ถูกเลือก)  (เป็นคำนาม)

ตอบ   –    ข้อ   (d)   เนื่องจากหลัง   “No”   ต้องเป็นคำนาม  แม้จะมีคำคุณศัพท์มาคั่นก็ตาม  เช่น   “no good food”  “no appropriate person”   etc.

 

20. American children learn Lincoln’s Gettysburg speech _______

_____________________ .  

(เด็กๆ อเมริกัน  เรียนสุนทรพจน์ที่เมืองเก็ตตีสเบิร์ก  ของประธานาธิบดี ลิงคอล์น  (กล่าวไว้อาลัยทหารที่ตายในการสู้รบกับทหารของฝ่ายใต้  ในสงครามกลางเมืองของอเมริกาเพื่อเลิกทาส) ______________________ )

(a)   in heart

(b) by heart    (โดยการท่องจำ)

(c)   with heart

(d)  to heart

ตอบ   –   ข้อ   (b)  เนื่องจาก   “by heart”  หมายถึง   “โดยการท่องจำ”  (เด็กๆเรียนสุนทรพจน์ดังกล่าวด้วยการท่องจำ)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “BY” ได้แก่   “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์)  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง)  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ)  “by plane” (= in a plane) (โดยเครื่องบิน)  “by air”  (โดยทางอากาศ)   “by sea” (โดยทางทะเล)  “by telephone” (โดยทางโทรศัพท์)  “by telegram” (โดยทางโทรเลข) “by letter” (โดยทางจดหมาย)  “by trade” (โดยทางการค้า)  “by radio”  (โดยทางวิทยุ)  “by force” (โดยใช้กำลัง)  “I know him (them) by name” (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ - ไม่เคยพบตัว)   “by himself/herself”  (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)   “by machinery” (โดยเครื่องจักร)  “by hand” (= with his hands) {(ทำ) ด้วยมือ} “The room is 20 feet by 10 feet.”  (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต)  “Sugar is sold by the pound/kilogram.”  (= by weight)  {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม =  (ขาย) เป็นน้ำหนัก}  “remarks by Mr. Schmidt”  (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์)  “She was brought up by her aunt.”  (เธอได้รับการอบรม -เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ)  “new legislation announced by the government” (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล)  “I was startled by his anger.” (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา)  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว)  “by mistake” (โดยการเข้าใจผิด)  “by accident”  (โดยอุบัติเหตุ, โดยมิได้ตั้งใจ)  “by degrees” (ทีละน้อย)  “by the way (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่อง)  ‘by all means” (โดยแน่นอน)  “by no means” (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass”  (= short cut)  (ทางลัด)  “passer-by” (ผู้ที่ผ่านไปมา) “by-gone”  (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว)  “by-product” (ผลพลอยได้)   “I will pay by cheque.”  (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค)  “read a book by candlelight” (อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน)  “by chance” (โดยบังเอิญ)  “She came in by the back door.” (เธอเข้ามาทางประตูหลัง)  “I sat by her bed.”  (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ)  “by 1960” (ราวๆ ปี ๑๙๖๐)  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.”  (ราวๆเวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง)  “He is rich by Chinese standards.”  (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน)  “She was standing by herself in a corner of the room.” (เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง)  “I think I could manage by myself.”  (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง  –  โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ)  “Twelve divided by three is four.”  (๑๒  หารด้วย  ๓  เหลือ  ๔) “Multiply the amount by three.”  (จงคูณจำนวนนั้นด้วย ๓)  “Cars are now made by the million.” (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน)  “one by one” (ทีละคน)   “year by year”(แต่ละปี)  “She took him by the hand.” (เธอจับมือเขา)  “Hold it by the handle!”  (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ)  “Her salary went up by half.”  (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่งหนึ่ง)   “The economic growth increased by 10 %.”  (เศรษฐกิจเติบโต  ๑๐  เปอร์เซนต์)  “They are Buddhists by birth, not by practice.”  (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ)  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.”  (ระหว่างกลางคืน  สัตว์จำนวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน)  “walk side by side” (เดินเคียงข้างกัน)   “walk hand in hand”  (เดินจูงมือกัน)   “by-election”  (การเลือกตั้งซ่อม)  “by comparison”   (โดยการเปรียบเทียบ)

 

21. The best way to learn a new language is ________________ practice it every day.

(วิธีที่ดีที่สุดที่จะเรียนรู้ภาษาใหม่  คือ _____________________ ฝึกฝนมันทุกๆวัน)

(a) by

(b) through

(c) to

(d) from

ตอบ    –    ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นการใช้   “Infinitive with to”  (To + Verb) ในที่นี้ คือ  “to practice”  ตามหลัง “Verb to be” (is) ทำหน้าที่เป็น “Complement” ของ  “Verb to be”   และกลายเป็นคำนาม   “การฝึกฝน”

 

22. You will be late ___________________ you hurry.

(คุณจะสาย _________________ คุณ _________________  รีบ)

(a) if

(b) because

(c) except

(d) unless     (ถ้า....................... ไม่)

ตอบ    –    ข้อ    (d)   เนื่องจาก    “Unless”  =  “If not”  (ถ้าไม่)  แต่ต้องใช้ในรูป “Unless + Subject + Verb”   ทั้งนี้   “Unless”   ต้องตามด้วยประโยคบอกเล่าเสมอ เช่น

            - You will fail in the exam unless you work harder.

(คุณจะสอบตกถ้าคุณไม่ขยันให้มากขึ้น)

             - The burglar will come in unless you lock the door.

(โจรย่องเบาจะเข้ามาในบ้าน  ถ้าคุณไม่ล๊อกประตู)

             - Unless you comply to his order, the manager will dismiss you from your job.

(ถ้าคุณไม่ทำตามคำสั่งของเขา  ผู้จัดการจะไล่คุณออกจากงาน)

                 - Unless she came to my party, I would not invite her again.

(ถ้าเธอไม่มางานเลี้ยงของผม  ผมจะไม่เชิญเธออีก)

 

23. We’ve lived in this town _____________________ .

(เราได้อาศัยในเมืองนี้ __________________ )

(a) during six years

(b) since six years

(c) six years ago.

(d) for six years.     (เป็นเวลา ๖ ปี)

ตอบ    –    ข้อ   (d)  เนื่องจาก   “For” + ความยาวของเวลา  ส่วน  “Since” (ตั้งแต่) + จุดเริ่มต้นของเวลา   เช่น   (for a few minutes, for 2hours, for 3 days, for 4 weeks, for 5 months, for 6 years, for a century, for a long/short time, for the whole semester เป็นเวลาทั้งเทอม, for the whole month) (since this morning, since last night, since yesterday, since Monday, since last week/month/year, since (last) January, since noon, since summer/winter, since I was young, since she was in college, since we met last year)

 

24. Don’t speak to her _________________ that.

(อย่าพูดกับเธอ _______________________ นั้น)

(a) as    (ตามที่, ในฐานะ, ในขณะที่)

(b) like    (เช่น, แบบ)

(c) alike    (เหมือนกัน, คล้ายกัน)

(d) such as    (ตัวอย่างเช่น)

ตอบ    –    ข้อ    (b)  ในที่นี้    “Like” เป็น “Preposition”   จึงต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “This, That, These, Those” สำหรับ “Alike”  (เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน)   เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  แต่จะใช้ขยายหน้าคำนามไม่ได้   ต้องขยายหลัง   “Verb to be”  หรือ   กริยาตัวอื่นๆ  เช่น

            - Jane and her sister look alike.

(เจนและพี่สาวของเธอมีลักษณะคล้ายกัน)

            - They all looked alike to me.

(พวกมัน – พวกเขา – ทั้งหมดมีลักษณะเหมือนกันสำหรับผม)

            - The Joneses sisters were remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาวตระกูลโจนเซสมีลักษณะรูปร่างท่าทางคล้ายกันอย่างมาก)

            - They behaved alike.

(พวกเขาประพฤติตัวคล้ายๆกัน)

            - They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนกัน)

            - The children are all treated alike.

(เด็กทั้งหมดได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน)

            - The strike is damaging to managers and workers alike.

(การหยุดงานทำความเสียหายให้ผู้จัดการและคนงานเหมือนๆกัน)

                        สำหรับ   “Like”   เป็น   “Preposition”   หมายถึง    “เหมือน”   ต้องตามด้วย   “กรรม”   (คำนาม)   เช่น

            - He is like his father.  (เขาเหมือนพ่อ)

            - She sings like a bird.  (เธอร้องเพลงเหมือนนก)

           - He looks like Donald Trump.  (เขาเหมือนโดนัลด์  ทรัมพ์)

           - I saw a dog like ours on the beach.  (ผมเห็นหมาเหมือนของเราที่ชายหาด)

           - They are so close like brothers.  (พวกเขาสนิทกันเหมือนพี่น้อง)

          - It tastes like a mango.  (มันมีรสชาติเหมือนมะม่วง)

          - You look like you have seen a ghost.

     (คุณมีท่าทางเหมือนเจอผีมา)

        - She has nothing like I imagined. (เธอไม่มีอะไรเหมือนที่ผมคิดไว้เลย)

        - He is like a little baby. (เขาเหมือนกับทารกตัวน้อยๆ)

        - The lake was like a bright blue mirror.

          (ทะเลสาบเหมือนกับกระจกสีน้ำเงินสว่างจ้า)

       - a scream of pain, like a tiny child’s

     (เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด  เหมือนเสียงของเด็กเล็กๆ)

                    สำหรับ   “As”   เมื่อหมายถึง   “เหมือน”   ต้องตามด้วยประโยค  (Subject + verb)   เช่น

               -She sings as a bird does. (เธอร้องเพลงเหมือนนกร้อง)

          - He did as I told him. (เขาทำเหมือนที่ – ตามที่ – ผมบอกเขา)

          - You may do as you like it. (คุณอาจจะทำเหมือนที่ – ตามที่ – คุณชอบมัน)

         - She likes the freedom to dress herself as she wants to.

(เธอชอบเสรีภาพที่จะแต่งตัวเหมือนที่เธอต้องการจะแต่ง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้