หมวดข้อสอบ TOEFL (ตอนที่ 29)

Choose the word that is closest in meaning to the underlined word.(จงเลือกคำที่มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับคำที่ขีดเส้นใต้)

1. The scientists examined the fossils closely to determine their age.

(นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบซากฟอสซิลอย่างใกล้ชิด  เพื่อกำหนดอายุของมัน) 

     (a) processed  (ประมวลผล)

     (b) compared  (เปรียบเทียบ)

     (c) inspected (ตรวจสอบ)

     (d) estimated (ประเมินค่า, ประมาณราคา)

2. Physicists have made discoveries that challenge our most fundamental theories of the universe.

(นักฟิสิกซ์ได้ทำการค้นพบ  ซึ่งท้าทายทฤษฎีของจักรวาล  ที่เป็นรากฐาน-ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ (หมายถึงทฤษฎี) ที่สุดของเรา

     (a) permanent  (ถาวร)

     (b) basic  (ที่เป็นพื้นฐาน)

     (c) interesting (น่าสนใจ)

     (d) controversial (ซึ่งโต้เถียงกัน, ซึ่งขัดแย้งกัน, ซึ่งทะเลาะวิวาทกัน)

3. Only specially-trained technicians are capable of repairing the intricate circuitry of a computer.

(เฉพาะช่างที่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษเท่านั้น  ที่สามารถซ่อมวงจรที่  สลับซับซ้อน-เข้าใจยาก-ยุ่งยาก  ของคอมพิวเตอร์)

     (a) extraordinary  (พิเศษ, ผิดธรรมดา, วิสามัญ)

     (b) malfunctioning  (ซึ่งทำงานผิดพลาด)

     (c) complex  (สลับซับซ้อน)

    (d) malleable  (งอได้, บิดได้, ซึ่งสามารถถูกตีออกเป็นแผ่นบางหรือรูปร่างต่างๆได้)

4. Since technology introduces new products, words are often coined (คอยน)  to describe what these new products do.

(เนื่องจากเทคโนโลยีนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้ามา  คำต่างๆได้ถูก สร้าง-ประดิษฐ์ขึ้น  เพื่ออธิบายว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเหล่านี้ทำอะไรบ้าง)

     (a) neglected (เพิกเฉย, ละเลย, ไม่เอาใจใส่, ไม่สนใจ)

     (b) borrowed  (ขอยืม)

     (c) misused  (ใช้ในทางที่ผิด, ใช้ในทางที่ไม่ควร)

     (d) invented  (ประดิษฐ์, คิดค้น, สร้าง)

5. It is futile to argue with him once he has made up his mind.

(มันไร้ผล-ไม่มีประโยชน์ที่จะโต้เถียงกับเขา  ในทันทีที่เขาได้ตัดสินใจลงไปแล้ว)

     (a) helpful  (ให้ความช่วยเหลือ, มีประโยชน์)

     (b) encouraging  (ซึ่งให้กำลังใจ, ซึ่งส่งเสริม)

     (c) unpleasant  (ไม่น่ารื่นรมย์, ไม่น่ายินดีหรือพอใจ)

     (d) useless  (ไม่มีประโยชน์, ไม่ได้ผล, ใช้การไม่ได้)

6. Few people like someone who meddles in the affairs of others.

(น้อยคนที่ชอบบุคคลผู้ซึ่ง  เข้าไปยุ่ง-เสือก  เรื่องของคนอื่น)

     (a) participates  (มีส่วนร่วม)

     (b) delights  (ให้ความสุขใจ-พอใจ, มีความยินดี-ปลื้มปิติ)

     (c) interferes  (แทรกแซง, ยุ่ง, ก้าวก่าย, สอดแทรก, ขัดขา, รบกวน)

     (d) dabbles  (ทำให้เป็นรอยแต้มรอยด่าง, กระเด็นเป็นรอยเปียก, ทำลวกๆ, ทำแบบจับๆจดๆ)

7. The governor’s impromptu remarks caused his political party much embarrassment. 

(คำพูด ซึ่งไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน-กะทันหัน ของท่านผู้ว่าฯ  ทำให้เกิดความกระดากอาย-กระอักกระอ่วนแก่พรรคการเมืองของเขาเป็นอย่างมาก)

     (a) forceful  (มีพลัง, มีอำนาจ, เด็ดเดี่ยว)

     (b) unrehearsed  (ซึ่งไม่ได้ฝึกซ้อมหรือซ้อมทำ, ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน)

     (c) unrestrained  (ซึ่งไม่ได้ระงับยับยั้ง-ชั่งใจ)

     (d) absurd  (เหลวไหล, น่าหัวเราะ, โง่เขลา, ไร้สาระ)

8. It is not easy to remain tranquil (แทร้ง-ควิล) when events suddenly change your life.

(มันไม่ง่ายที่จะยังคง  สงบ-สงบเงียบ-สงบสุข-ราบรื่น-ปราศจากสิ่งรบกวน  เมื่อเหตุการณ์ต่างๆได้เปลี่ยนชีวิตของคุณอย่างทันทีทันใด)

     (a) superior  (เก่งกว่า, เหนือกว่า, ดีกว่า)

     (b) antagonistic  (เป็นปฏิปักษ์, มุ่งร้าย, เป็นศัตรู)

     (c) ambivalent  (สองจิตสองใจ, ไม่แน่ใจ, มีความรู้สึกทั้งด้านลบและบวกต่อคนหรือสิ่งหนึ่งในเวลาเดียวกัน)

     (d) serene  (สงบ, สงบเงียบ, ราบรื่น, เยือกเย็น, ปลอดโปร่ง, แจ่มใส)

9. The struggle between native peoples and colonial governments has been central to the politics of many Third World countries.

(การ ต่อสู้-ดิ้นรน-แข่งขัน  ระหว่างคนพื้นเมืองเชื้อชาติต่างๆ และรัฐบาลที่ล่าอาณานิคม (หรือปกครองอาณานิคม)  เป็นแก่นกลางหรือมีความสำคัญต่อการเมืองของประเทศในโลกที่ ๓ จำนวนมาก) 

     (a) competition  (การแข่งขัน, คู่แข่ง)

     (b) negotiation  (การเจรจา)

     (c) conflict  (การต่อสู้, การขัดแย้ง, การทะเลาะ, การสู้รบ, สงคราม, การเป็นปรปักษ์)

     (d) interaction  (ปฏิสัมพันธ์, การมีความสัมพันธ์หรือกิจกรรมร่วมกัน)

10. It is vital to keep an accurate record of every business transaction.

(มัน สำคัญ-จำเป็น-จะขาดเสียมิได้  ที่จะเก็บประวัติที่ถูกต้องของการดำเนินธุรกิจ (หรือธุรกรรม) ทุกครั้ง)

     (a) official  (เป็นทางการ)

     (b) indispensable  (จำเป็นอย่างยิ่ง, จะขาดเสียมิได้)

     (c) complicated  (สลับซับซ้อน, ยุ่งยาก, เข้าใจยาก)

     (d) inadvertent  (ไม่ได้เจตนา, ไม่รอบคอบ, สะเพร่า)

11. In studying social groups, sociologists often gain insight through the use of such devices as questionnaires.

(ในการศึกษากลุ่มต่างๆทางสังคม  นักสังคมวิทยาได้รับ  การเข้าใจอย่างถ่องแท้หรือลึกซึ้ง-การมองทะลุ  อยูบ่อยครั้ง (คือได้รับบ่อยครั้ง)  โดยการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น แบบสอบถาม)

     (a) access  (การเข้าถึง, การเข้าสู่)

     (b) credibility  (ความน่าเชื่อถือ)

     (c) publicity  (การโฆษณา-เผยแพร่, การประชาสัมพันธ์, ชื่อเสียง)

     (d) understanding  (ความเข้าใจ)

12. Non-professional teachers are often accused of using too many personal anecdotes (แอ๊น-นิ-โดทส) during their presentations.

(ครูที่มิใช่มืออาชีพมักถูกกล่าวหาอยู่บ่อยๆ  ว่าใช้ เกร็ดความรู้-เรื่องราวเล็กๆน้อยๆ  ที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากเกินไป  ในระหว่างการนำเสนอของพวกเขา)

     (a) stories  (เรื่องราว, นิยาย, นิทาน, เรื่องเล่าลือ, ประวัติ, พงศาวดาร, รายงานข่าว, การเล่านิยาย)

     (b) slides  (ภาพสไลด)

     (c) quotations  (คำกล่าวอ้าง, คำพูดที่ยกมาอ้าง)

     (d) charts  (แผนภูมิ)

13. If you are visiting a foreign country, you may be unaccustomed to eating unfamiliar foods. 

(ถ้าคุณกำลังไปเยือนต่างประเทศแห่งหนึ่ง  คุณอาจจะ  ไม่คุ้นเคย-เคยชิน  กับการกินอาหารที่ไม่คุ้นเคย)

     (a) surprised at  (ประหลาดใจ)

     (b) unused to  (ไม่คุ้นเคย, ไม่เคยชิน)

    (c) disappointed in  (ผิดหวังกับ)

     (d) afraid of  (กลัว)

14. Some fables became children’s favorites because of their simple, lucid examples of right and wrong and their animal characters.

(นิทานที่ให้คติสอนใจบางเรื่อง  กลายเป็นของโปรดปรานของเด็กๆ  เนื่องมาจากตัวอย่างที่ง่ายๆและ  ชัดเจน-แจ่มแจ้ง-เข้าใจได้ง่าย  ของสิ่งที่ถูกและผิด  และตัวละครที่เป็นสัตว์ในนิทานนั้นๆ)

     (a) clear  (ชัดเจน, เข้าใจได้ง่าย, แจ่มแจ้ง, ใส, สว่าง, ใสสะอาด, แจ้ง, โล่ง, ไม่ขุ่น, ไม่มีฝุ่น, ไม่มีหนี้สิน, ไร้มลทิน)

     (b) valuable  (มีค่า)

     (c) comparative  (ซึ่งเปรียบเทียบ)

     (d) instructive  (ซึ่งให้คำแนะนำหรือสั่งสอน)

15. There is no alternative; the president must approve the bill if Congress passes it. 

(ไม่มีทางเลือก  ท่านประธานาธิบดีจะต้องเห็นชอบกับพระราชบัญญัติ  ถ้าสภาผ่านมันออกมา)

      (a) doubt  (ความสงสัย, ข้อกังขา, ความไม่แน่ใจ, ความสนเท่ห์)

     (b) mistake  (ความผิด)

     (c) other choice  (ทางเลือกอื่น)

     (d) chance of agreement (โอกาสของความตกลงกันหรือเห็นพ้องกัน)

16. His employer appeared to be in such an affable mood that Tom decided to ask for a raise. 

(นายจ้างของเขาดูเหมือนจะอยู่ในอารมณ์ที่ เป็นมิตร อย่างมาก  จนกระทั่งทอมตัดสินใจที่จะขอเงินเดือนขึ้น)

     (a) respondent  (เกี่ยวกับการตอบ-ตอบสนอง-ขานรับ)

     (b) irresponsible  (ไม่รับผิดชอบ)

     (c) uncertain  (ไม่แน่นอน)

     (d) agreeable  (น่าคบ, น่าพอใจ, เห็นด้วย, เต็มใจหรือพร้อมที่จะตกลง, สอดคล้อง)

17. The clerk had been insolent to his superior too often; now he was without a job. 

(เจ้าเสมียนคนนั้น  ทะลึ่ง-ไร้มารยาท-อวดดี  กับผู้บังคับบัญชาของเขาบ่อยครั้งเกินไป  ตอนนี้เขาตกงานแล้ว  -  เพราะโดนไล่ออก)

     (a) dishonest  (ไม่ซื่อสัตย์, ไม่สุจริต, ไม่ตรงไปตรงมา, ไม่น่าไว้วางใจ)

     (b) affectionate  (เมตตา, ชอบ, รัก)

     (c) rude  (หยาบคาย, ไม่สุภาพ, ไม่ละเอียด, ไม่ประณีต, ไม่ไพเราะ)

     (d) malevolent  (มุ่งร้าย, ประสงค์ร้าย)

18. He was greatly vexed by the new and unexpected development.

(เขา หัวเสีย-ถูกรบกวน/ก่อกวน  อย่างยิ่ง  จากการพัฒนาใหม่ๆและมิได้คาดฝัน)

     (a) annoyed (รู้สึกถูกรบกวน-รำคาญ)

     (b) astonished  (ประหลาดใจ, สนเท่ห์)

     (c) enlightened  (ได้รับความรู้-ความสว่าง)

     (d) contented  (พอใจ)

19. Since he had never been in such a situation before, his apprehension was understandable.

(เนื่องจากเขาไม่เคยอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นมาก่อน  ความกลัว ของเขาสามารถเข้าใจได้  -  คือเข้าใจได้ว่าทำไมเขาจึงกลัว)

     (a) hesitation  (การรีรอ, การลังเลใจ, การชักช้า)

     (b) excitement  (ความตื่นเต้น)

     (c) enthusiasm  (ความกระตือรือร้น, ความกระฉับกระเฉง)

     (d) fear  (ความกลัว)

20. The boy felt disgraced because he knew that he had been wrong to steal. 

(เด็กคนนั้นรู้สึก  อัปยศอดสู-อับอาย-ขายหน้า  เพราะว่าเขารู้ว่า  เขาผิดที่ไปลักขโมยของ)

     (a) worried  (วิตกกังวล, ห่วงใย)

     (b) ashamed  (ละอาย, อับอาย, กระดากใจ)

     (c) tempted  (ถูกยั่วยวน, ถูกล่อใจ)

     (d) phony  (เก๊, ปลอม, ไม่แท้)