หมวดข้อสอบ SAT (ตอนที่ 2)

คำศัพท์ตอนที่ 2

1.  eminent (a) – มีชื่อเสียง, เด่น, สูงส่ง

2.  subjective (a) – อัตวิสัย, เป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคล, ส่วนตัว, แต่ละบุคคล

3.  provisional (a) – ชั่วคราว, เฉพาะกาล, เผื่อเหลือเผื่อขาด, มีเงื่อนไข

4.  paraphrase (v) – ถอดความ, แปลความหมาย

5.  cogent (a) – น่าเชื่อ, ซึ่งโน้มน้าวจิตใจ, ถูกจุด, ตรงประเด็น

6.  tentative (a) – ลองดูก่อน, เป็นการทดลอง, ยังไม่แน่นอน, ชั่วคราว

7.  compelling (a) – ซึ่งบีบบังคับ, ซึ่งมีผลมากจนต้านไม่อยู่, น่าเชื่อ, ซึ่งเร้าความสนใจ หรือความน่าเชื่อถืออย่างมาก

8.  depleted (ดี-พลี้-ทิด) (a) – ซึ่งถูกใช้หมดไปหรือเหลือน้อยมาก, ซึ่งสูญเสีย, ซึ่งว่างเปล่า

9.  ennui (อ๊าน-วี่) (ภาษาฝรั่งเศส) (n) – ความน่าเบื่อและไม่พอใจ, ความเบื่อหน่ายในชีวิต, ความหน่ายแหนง

10.  litany (n) – เพลงสวดหรือการอธิษฐานแบบถามตอบที่ต่อเนื่องกัน, การสวดมนต์, บทเทศนาสั่งสอน-ว่ากล่าวตักเตือนของพระหรือครู, การสาธยายซ้ำๆ

11.  alienated (เอ๊-ลิ-เนท-ทิด) (a) –  รู้สึกเหินห่างหรือแยกตัวจากคนอื่น, รู้สึกบาดหมาง

12.  cynical (ซิ้น-นิ-เคิ่ล) (a) – ไม่เชื่อในแรงจูงใจของผู้อื่น, ชอบดูถูกเหยียดหยาม-เยาะเย้ยถากถางคนอื่น, เกี่ยวกับการเกลียดชังมนุษย์อย่างมาก

13.  maverick (แมฟ-เวอ-ริค) (n) – กบฏ, ผู้ขัดขืน, ผู้ไม่ยอมร่วมด้วย, ผู้ไม่ยอมทำตาม, ผู้เป็นอิสระและแยกตัวออกจากเพื่อนฝูง, สัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ

14.  apostate (อะ-พอส-เทท) (n) – ผู้ที่ละทิ้งศาสนา, ความเชื่อ, หลักการ, พรรค หรืออื่นๆ

15.  undermine (v) – ทำให้อ่อนแอหรืออ่อนลง, ทำลายทีละน้อย, ทำลายอย่างลับๆ, ขุด, ขุดอุโมงค์, เซาะ

16.  oxymoron (ออค-ซิ-โม้ (ม้อ)-ร่อน) (n) – การเชื่อมคำที่ไม่เหมาะสมกัน, รูปของภาษา หรือสำนวนที่ใช้ถ้อยคำขัดกัน เช่น cruel kindness (ความกรุณาที่โหดร้ายทารุณ)

17.  lugubrious {ลู-กู๊ (กิ๊ว)-บรี-เอิส} (a) – โศกเศร้า, สลดใจ, เสียใจ, ละห้อย

18.  estranged (เอส-เทร้นจ) (a) – ห่างเหิน, เป็นศัตรู

19.  mammoth (a) – ใหญ่โตมหึมา, มีปริมาณมาก

20.  cerebral (เซ้อ-ริ-บรัล) (a) – ซึ่งช่ำชองหรือทันสมัยในทางปัญญา, เกี่ยวกับมันสมอง, เกี่ยวกับการใช้ปัญญาแทนที่จะเป็นสัญชาตญาณ

 

Choose the best word to fill in the blank in each of the sentences below

1.  Some people say the term “smart jockey” is a/an __________ , but I think I’ve pretty much proved how wrong that view is. (บางคนกล่าวว่าคำว่า “นักขี่ม้าแข่งที่ฉลาด” เป็น __________ แต่ผมคิดว่า ผมได้พิสูจน์มาอย่างมากแล้วว่า  ความคิดดังกล่าวช่างผิดเสียนี่กระไร – คือมิได้เป็นภาษาที่ใช้ถ้อยคำขัดกัน  ระหว่าง “ฉลาด” กับ “นักขี่ม้าแข่ง”  เพราะนักขี่ม้าแข่งที่ฉลาดก็มีเยอะ  ไม่ใช่โง่ไปเสียทุกคน  ในความคิดของผม)

     (a)  dictate (คำสั่ง, คำบอก, ออกคำสั่ง, สั่ง, บงการ, บอกหรืออ่านให้เขียนตาม)

     (b) litany (การสวดมนต์, การปุจฉาวิสัชนาในทางธรรม)

     (c)  maxim (คติพจน์, หลักการ, ความจริง, ข้อเขียนที่เป็นความจริง, หลักปฏิบัติ)

     (d) oxymoron (รูปของภาษาหรือสำนวนที่ใช้ถ้อยคำขัดกัน เช่น “ความกรุณาที่โหดร้าย” หรือ “หวังดีแต่ประสงค์ร้าย”  เป็นต้น)

     (e)  analogy (ภาวะอุปมาเหมือน, การเปรียบเหมือน, ความคล้ายคลึงกันหรือเหมือนกัน)

2.  Every team I’ve been on seems to have one __________ - a guy who often is an excellent player but who has just to do things his own way. (ทุกทีมที่ผมอยู่มาดูเหมือนว่า (จะต้อง) มี __________อยู่คนหนึ่ง – คนที่มักจะเป็นผู้เล่นที่ดีเยี่ยม  แต่ว่าก็เป็นผู้ที่ทำสิ่งต่างๆตามใจตนเอง – คือไม่ยอมอยู่ในระเบียบหรือกฎข้อบังคับของทีม  เป็นคนแหกคอก)

     (a)  apostate (ผู้ที่ละทิ้งศาสนา, ความเชื่อ, หลักการ หรือพรรคฯของตน)

     (b) neophyte (สมาชิกใหม่, ผู้เริ่มฝึกหัด, ผู้เริ่มทำงาน, เณร)

     (c) maverick (กบฏ, ผู้ขัดขืน, ผู้ไม่ยอมทำตามกฎระเบียบ, ผู้แหกคอก, ผู้เป็นอิสระและแยกตัวออกจากเพื่อนฝูง,  สัตว์ไม่มีเจ้าของ)

     (d) epiphany (วันเทศกาลฉลองการเสด็จมาของพระเยซู)

     (e) prodigy (อัจฉริยบุคคล, ผู้มีความสามารถพิเศษ, สิ่งมหัศจรรย์, สิ่งแปลกประหลาด-ผิดปกติ, สิ่งที่ใหญ่โตมโหฬาร)

3.  Coach Wilson has _________ decided that we’ll switch to the West Coast offense next season because he thinks we’ll have the speed to make it work. (ผู้ฝึกสอน คือ วิลสันได้ ตัดสินใจ __________ว่าพวกเราจะย้ายไปเป็นฝ่ายรุก (บุกโจมตี) ของทีมเวสต์โคสท์ในฤดูกาลแข่งขันหน้า  เพราะเขาคิดว่าเรามีความรวดเร็ว (พอ) ที่จะทำได้สำเร็จ)

     (a) provisionally (อย่างชั่วคราว, อย่างมีเงื่อนไข)

     (b) quintessentially (อย่างเป็นแก่นสารหรือสาระ)

     (c)  cynically (อย่างดูถูกเหยียดหยามหรือเยาะเย้ยถากถาง)

     (d) nebulously (อย่างไม่ชัดหรือคลุมเครือ, อย่างยุ่งเหยิง)

     (e)  conspicuously (อย่างชัดแจ้ง, อย่างเห็นได้โทนโท่)

4.  Did you take my advice and get yourself a _________ dictionary? (คุณทำตามคำแนะนำของผมและหา (ซื้อ) พจนานุกรม ___________ ให้กับตัวเองหรือเปล่า)

     (a)  depleted (ซึ่งถูกใช้หมดไปหรือเหลือน้อยเต็มที)

     (b) dilapidated (ปรักหักพัง, ชำรุดทรุดโทรม, เน่าเปื่อย)

     (c)  mammoth (ใหญ่โตมโหฬาร, ซึ่งมีปริมาณมาก)

     (d) subjective (เป็นเรื่องอัตวิสัยหรือส่วนตัว, ถือเอาความคิดของตัวเองมากกว่ายึดตามหลักเหตุผล)

     (e)  hackneyed (ธรรมดาๆ, เก่าเนื่องจากถูกใช้, ถูกทำให้เป็นรถเช่า)

5.  My Freshman English instructor told the class that since we make the same errors on every assignment, he might as well make a tape of his _________ of complaints about our writing to play for us. (ครูสอนภาษาอังกฤษตอนปีหนึ่ง ของผมบอกกับนักเรียนในชั้นว่า  เพราะว่าพวกเราทำผิดเดิมๆกับทุกงานที่ได้รับมอบหมาย (การบ้าน)  ครูก็เช่นเดียวกันอาจจะทำ (อัด) เทปบันทึกเสียงของ __________ ของการพร่ำบ่น-ต่อว่าต่อขานของตน (ครู) เกี่ยวกับการเขียน (การบ้าน) ของเรา (นักเรียน)  เพื่อจะได้เปิดเทปนี้ให้เราฟัง – คือครูพูดประชดนักเรียนที่ชอบทำการบ้านผิดซ้ำซากในแบบเดิมๆ  ครูเลยบอกนักเรียนพวกนี้ว่า  ครูจะอัดเทปเสียงด่านักเรียนเกี่ยวกับการเขียนแบบผิดๆของพวกเขา  และจะเปิดเทปเสียงว่ากล่าวให้นักเรียนฟัง เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาด่านักเรียนซ้ำๆให้เหนื่อย)

     (a)   oxymoron (การใช้ภาษาหรือสำนวนที่มีข้อความขัดกัน เช่น “ความกรุณาที่โหดร้าย)

     (b)  ennui (ความน่าเบื่อและไม่พอใจ, ความเบื่อหน่ายต่อชีวิต)

     (c)  reverie (ความเพ้อฝัน, การฝันกลางวัน, จินตนาการ, การปล่อยความคิดตามอารมณ์)

     (d) modicum (ปริมาณเล็กน้อย, ความพอควร)

     (e)  litany (การสาธยายซ้ำๆ, การท่องซ้ำๆ, การสวดมนต์)

6.  The economies of many developing countries are being _________ because of talented people leaving to work in the rich countries. (เศรษฐกิจ – หรือการประหยัด – ของประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากกำลังถูก ____________  เพราะว่าคนที่มีความสามารถพิเศษ – หรือมีพรสวรรค์ – เดินทางไปทำงานในประเทศที่ร่ำรวย)

     (a)  imbued (กระตุ้นจิต, ทำให้ซาบซึ้ง, ทำให้ดื่มด่ำ, ทำให้เปียกชุ่ม)

     (b) ameliorated (ทำให้ดีขึ้น, ดีขึ้น)

     (c)  estranged (ทำให้ห่างเหินหรือแปลกแยก, ทำให้เป็นศัตรู)

     (d) depleted (ทำให้ลดน้อยลงหรือหมดสิ้นไป)

    (e) debunked (กล่าวอ้างแบบผิดๆหรือเกินความจริง, ทำลายชื่อเสียง)

7. Some strategists believe that one of America’s aims is to _________ China’s political stability so it does not become a major competitor later in this century. (นักยุทธศาสตร์บางคนเชื่อว่า  หนึ่งในจุดหมายของอเมริกาคือการ __________ ความมั่นคงทางการเมืองของจีน  เพื่อที่ว่าจีนจะได้ไม่เป็นคู่แข่งสำคัญ (ของอเมริกา) ในภายหลังในศตวรรษนี้)

     (a)  divulge (เปิดเผย, ประกาศ)

     (b) ruminate (รำพึง, ครุ่นคิด, ตรึกตรอง, ทบทวน, เคี้ยวเอื้อง)

     (c)  construe (อธิบาย, ชี้แจง, ตีความ, แปล, วิเคราะห์)

    (d) undermine (ทำลายอย่างลับๆ, ทำให้อ่อนแอลง)

    (e)  paraphrase (ถอดความ, แปลความหมาย)

8. In philosophy class we learned that Karl Popper believed that a scientific theory can never be conclusively proven, only _________ accepted until it  is either disproved or a competing theory becomes more convincing. (ในชั้นเรียนวิชาปรัชญา  เราได้เรียนรู้ว่า  คาร์ล ป๊อปเป้อร์ เชื่อว่าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ไม่เคยสามารถที่จะได้รับการพิสูจน์อย่างสามารถสรุปได้,  เพียงแต่ได้รับการยอมรับ _____________ เท่านั้น  จนกระทั่งมันได้รับการพิสูจน์หักล้าง (คือพิสูจน์ว่าไม่เป็นความจริง)  หรือทฤษฎีคู่แข่งน่าเชื่อถือมากกว่า  อย่างใดอย่างหนึ่ง)

     (a)  subjectively (อย่างอัตวิสัย, อย่างใช้ความรู้สึกส่วนตัวมากกว่าเหตุผล, อย่างส่วนตัว)

     (b) tentatively (อย่างชั่วคราว, อย่างไม่แน่นอน, อย่างเป็นการทดลอง)

     (c)  candidly (อย่างเปิดเผย-ตรงไปตรงมา-เป็นธรรม-ปราศจากอคติ, อย่างซื่อตรง, ด้วยน้ำใสใจจริง)

     (d) serenely (อย่างสงบ-เงียบสงบ-ราบรื่น-ราบเรียบ-เยือกเย็น-ปลอดโปร่ง)

     (e)  inextricably (อย่างแก้ไม่ได้, อย่างหนีไม่รอด, อย่างเอาไม่ออก)

9. Sometimes in life it’s hard not to be a little bit _________, but I do believe that people are basically good. (บางครั้งในชีวิต  มันยากที่จะไม่ ____________(คนอื่น) บ้างนิดหน่อย  แต่ผมเชื่อจริงๆว่าคนเราโดยพื้นฐานแล้วดีๆกันทุกคน – ความหมาย คือ  แม้คนเราจะเห็นคนอื่นว่าเป็นคนดี  แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยถากถางหรือดูหมิ่นเหยียดหยามคนเหล่านั้นเล็กๆน้อยๆในบางโอกาส)

     (a)  cerebral (ซึ่งช่ำชองหรือทันสมัยในทางปัญญา, เกี่ยวกับการใช้ปัญญาแทนสัญชาตญาณ)

     (b) intractable (ไม่เชื่อง, ดื้อ, หัวแข็ง, ว่ายาก, ที่ควบคุมยาก-รักษาได้ยาก)

     (c)  eminent (เด่น, มีชื่อเสียง)

     (d) ephemeral (ชั่วคราว, ไม่จีรังยั่งยืน, ไม่ถาวร, มีอายุสั้น)

     (e)  cynical (ดูหมิ่นเหยียดหยาม, เยาะเย้ยถากถาง)

10. In comparative religion class I read three particularly __________ essays : C.S. Lewis arguing brilliantly outlining the beliefs of Hinduism, and Bertrand Russell clearly stating the atheist position. (ในชั้นเรียนศาสนาเปรียบเทียบ  ผมได้อ่านเรียงความ ______________  เป็นพิเศษ ๓ เรื่อง ทั้งนี้  ซี เอส เลวิส  ให้เหตุผลอย่างฉลาดโดยการร่างภาพคร่าวๆความเชื่อในศาสนาฮินดู  และเบอร์ทรันด์  รัสเซลล์กล่าวอย่างชัดเจนถึงจุดยืนที่ไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง)

     (a)  cognizant (ซึ่งมีวิจารณญาณ, ซึ่งรับรู้, ตระหนักถึง)

     (b) estranged (ห่างเหิน, เป็นศัตรู)

     (c)  cogent (น่าเชื่อในทางตรรกะ, ซึ่งโน้มน้าวจิตใจตามหลักเหตุและผล, ถูกจุด, ตรงประเด็น)

     (d) inconsequential (ไม่สำคัญอะไรมากมาย)

     (e)  alienated (รู้สึกเหินห่างหรือแยกตัวจากคนอื่น, รู้สึกบาดหมาง)

11. Some people believe that people living in modern society experience more anxiety than did people in earlier societies because they live in a world in  which they are ____________ from the traditional values and institutions that formerly gave life meaning. (บางคนเชื่อว่าผู้คนที่มีชีวิตอยู่ในสังคมทันสมัยประสบ กับความวิตกกังวลมากกว่าผู้คนในสังคมยุคก่อนๆ  เนื่องจากพวกเขาอาศัยอยู่ในโลกซึ่งพวกเขา   จากค่านิยมและสถาบันที่เป็นจารีตประเพณี (แต่ดั้งเดิม)  ที่เมื่อก่อนนี้ให้ความหมายแก่ชีวิต – ซึ่งต่างกับค่านิยมปัจจุบันที่ไม่ให้ความหมายแก่ชีวิต คือไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร)

     (a) alienated (รู้สึกเหินห่างหรือแยกตัวจากคนอื่น, รู้สึกบาดหมาง)

     (b) depleted (ซึ่งถูกใช้จนหมดไปหรือเหลืออยู่น้อยเต็มที)

     (c)  cajoled (ล่อลวง, หลอกลวง, ล่อใจ)

     (d) importuned (รบเร้า, รบเร้าไม่หยุด, เรียกร้อง, เรียกร้องไม่หยุด, คะยั้นคะยอ, รบกวน)

     (e)  repressed (ปราบปราม, ควบคุม, ระงับ, อดกลั้น, ข่มจิต, ข่มอารมณ์)

12. DNA tests are acceptable evidence in all 50 American states, but in 48 states prisoners who have been convicted do not have a legal right to them, even if  __________ evidence of their wrongful conviction is introduced. {การตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเป็นพยานหลักฐานที่ได้รับการยอมรับในทั้งหมด ๕๐ รัฐของอเมริกาแต่ใน ๔๘ รัฐ  นักโทษซึ่งถูกตัดสินแล้วว่ามีความผิด  ไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว  ถึงแม้ว่าพยานหลักฐาน ____________  ของการตัดสินลงโทษที่ไม่ถูกต้อง – หรือผิดและไม่ยุติธรรม – ได้ถูกยกขึ้นมา (เพื่อให้มีการรื้อฟื้นคดีใหม่)}

     (a)  subjective (เป็นเรื่องอัตวิสัย, เป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคล, ยึดความคิดของตนเองเป็นหลักแทนที่จะใช้เหตุผล)

     (b) provisional (ชั่วคราว, ไม่ถาวร, เฉพาะกาล, มีเงื่อนไข)

     (c)  tentative (ซึ่งเป็นการทดลอง, ลองดูก่อน, ชั่วคราว, ยังไม่แน่นอน)

     (d) ambiguous (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ)

     (e)  compelling (ซึ่งเร้าความสนใจหรือความน่าเชื่อถืออย่างมาก, น่าเชื่อถือ, ซึ่งบีบบังคับ)

13. In contrast to psychoanalysis, behaviorism attaches no importance to ___________ reports of the mind, but rather relies solely on observable behavior. (ตรงกันข้ามกับการวิเคราะห์จิต  พฤติกรรมนิยมมิได้ให้ความสำคัญแก่รายงาน _____________ ของจิตใจ  แต่พึ่งพาอาศัยพฤติกรรมที่สามารถสังเกตเห็นได้แต่เพียงอย่างเดียวเสียมากกว่า)

     (a) subjective (ที่เป็นเรื่องอัตวิสัย, ที่เป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคล, ที่ยึดความคิดของตนเองเป็นหลักแทนที่จะใช้เหตุผล)

     (b) cynical (ชอบดูถูกเหยียดหยามหรือเยอะเย้ยถากถางคนอื่น)

     (c) lugubrious (โศกเศร้า, เสียใจ, ละห้อย)

     (d) cogent (น่าเชื่อ, ซึ่งโน้มน้าวจิตใจ, ถูกจุด, ตรงประเด็น)

     (e)  cerebral (ซึ่งช่ำชองหรือทันสมัยในทางปัญญา, เกี่ยวกับมันสมอง, เกี่ยวกับการใช้ปัญญาแทนที่จะเป็นสัญชาตญาณ)

14. Psychologists believe that though people in the modern world have more freedom to develop themselves than did people in the past, the price of this freedom is that they feel _________ from the deeper meaning of life and from their fellows. (นักจิตวิทยาเชื่อว่า  แม้ว่าผู้คนในโลกสมัยใหม่จะมีอิสรภาพที่จะพัฒนาตัวเองมากกว่าคนในสมัยอดีต  แต่ราคาของอิสรภาพนี้ก็คือว่า  พวกเขารู้สึก _____________ จากความหมายที่ลึกกว่ากันของชีวิตและจากเพื่อนๆของพวกเขา)

      (a)  dispassionate (ใจสงบ, ใจเย็น, ไร้กังวล, ไม่มีอคติ, เป็นกลาง)

      (b) enthralled (ติดใจ, หลงเสน่ห์, เป็นทาส)

      (c)  skewed (เบน, บ่ายเบน, เอียง, บิด, คด)

     (d) estranged (ห่างเหิน, เป็นศัตรู)

     (e)  animated (มีชีวิตชีวา, เคลื่อนไหวได้)

15. __________ astronomers argued that  if intelligent life exists outside the earth, it would probably make use of radio to alert other intelligent life forms of its existence, and that since science is a universal language, its message would probably refer to universal laws of nature. (นักดาราศาสตร์ ____________ ให้เหตุผลว่า  ถ้าสิ่งมีชีวิตที่เฉลียวฉลาด (มนุษย์ต่างดาว) มีอยู่นอกโลกพวกนี้บางทีคงจะใช้ประโยชน์จากวิทยุเพื่อเตือนรูปแบบชีวิตที่ฉลาดอื่นๆให้รู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา  และ (ให้เหตุผล) ว่า  เพราะว่าวิทยาศาสตร์เป็นภาษาสากล – หรือแห่งจักรวาล –  ข่าวสารของคนพวกนี้ (มนุษย์ต่างดาว) บางทีอาจจะหมายถึงกฎสากลของธรรมชาติ -  หมายความว่า คนเหล่านี้จะบอกกับมนุษย์โลกว่า กฎสากลของธรรมชาติมีอะไรบ้าง  ที่มนุษย์ทุกคนจะต้องประสบพบเจอ – เช่น กฎแห่งกรรม  หรือกฎอื่นๆ เป็นต้น)

     (a)  Estranged (ห่างเหิน, เป็นศัตรู)

     (b) Pedantic (ซึ่งชอบอวดความรู้, ซึ่งจู้จี้เรื่องกฎเกณฑ์มาก)

     (c)  Apostate (ผู้ที่ละทิ้งศาสนา-ความเชื่อ-หลักการ-พรรค และอื่นๆ)

     (d) Eminent (เด่น, มีชื่อเสียง)

     (e)  Lethargic (เฉื่อยชา, เซื่องซึม, ซึม, ง่วงเหงาหาวนอน, เมินเฉย, เฉยเมย, เกียจคร้าน)