หมวดข้อสอบ SAT (ตอนที่ 1)

Choose the best word to fill in the blank in each of the sentences below

1.  Getting a good grade in math is a/an ____________ task for me since math has always been my weakest subject. (การได้คะแนนดีในวิชาคณิตศาสตร์เป็นงานที่ _____________ สำหรับผม  เพราะว่าคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่อ่อนที่สุดของผมมาตลอด)

    (a)  mundane (ธรรมดาสามัญ, เกี่ยวกับทางโลก)

    (b) deleterious (มีอันตราย)

    (c)  didactic (เกี่ยวกับการสั่งสอน, ซึ่งเป็นการสอน, ซึ่งชอบสอน)

    (d) daunting (น่ากลัว, น่าเกรงขาม, น่าหวาดหวั่น)

   (e)  explicit (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, แน่นอน, เปิดเผย)

2.  If you study hard and don’t do well on a test, you should not become ______________; keep working hard and you’ll probably do a lot better on a next one. (ถ้าคุณขยันเรียนและทำได้ไม่ดีตอนสอบ  คุณไม่ควรที่จะ ______________ จงขยันเรียนต่อไป  และคุณอาจจะทำได้ดีขึ้นมากในการสอบคราวต่อไป)

    (a)  eccentric (ผิดปกติ, ประหลาด, พิกล, วิตถาร)

    (b) pedestrian (ธรรมดาสามัญ, ขาดรสชาติ, จืดชืด)

    (c) morose (อารมณ์ไม่ดี, หน้าตาบูดบึ้ง)

    (d) gargantuan (ใหญ่โต, มหึมา, มีจำนวนมากมาย)

    (e) bizarre (แปลกประหลาด, ผิดปกติ, พิกล)

3.  Every student should have a ___________ who can give him or her advice on academic matters. (นักเรียนทุกคนควรมี ______________ ผู้ซึ่งสามารถให้คำแนะนำแก่เขาหรือเธอในเรื่องต่างๆทางด้านวิชาการ)

    (a)  lexicon (คำศัพท์เฉพาะ, พจนานุกรม)

    (b) charlatan (คนหลอกลวง-ล่อลวง, นักต้มตุ๋น, หมอเถื่อน)

    (c)  cognition (การรับรู้, กระบวนการรับรู้, ความรู้ความเข้าใจ)

    (d) denotation (ความหมายตรงๆของคำ, ความหมาย)

    (e) mentor (ผู้ให้คำปรึกษาที่เก่ง-ฉลาด)

4.  One thing I’ve learned in college is that what is ____________ to one person might be the most normal thing in the world to somebody else. (สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ในมหาวิทยาลัยคือ  สิ่งที่ ______________ สำหรับบุคคลหนึ่ง  อาจจะเป็นสิ่งที่ปกติธรรมดามากที่สุดในโลกกับคนอื่นๆ)

    (a)  pedestrian (ธรรมดาสามัญ, ขาดรสชาติ, จืดชืด)

    (b) mundane (ธรรมดาสามัญ, ซึ่งเกี่ยวกับทางโลก)

    (c)  bizarre (แปลกประหลาด, ผิดปกติ, พิกล)

    (d) sporadic (เป็นครั้งคราว, เป็นพักๆ, เป็นระยะ, กระจัดกระจาย)

    (e)  explicit (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, แน่นอน, เปิดเผย, ขวานผ่าซาก)

5.  I like food that is ____________ by preservatives or artificial coloring. (ผมชอบอาหารซึ่ง _____________ โดยสารกันบูดหรือการใส่สีเทียม)

    (a)  unadulterated (บริสุทธิ์, ไม่มีสิ่งเจือปนหรือปนเปื้อน)

    (b) ignominious (น่าอับอาย, น่าอัปยศ, เสื่อมเสียชื่อเสียง)

    (c)  tedious (น่าเบื่อ, น่ารำคาญ)

    (d) sporadic (เป็นครั้งคราว, เป็นพักๆ, เป็นระยะ, กระจัดกระจาย)

    (e)  deleterious (มีอันตราย, เป็นอันตราย)

6.  Alex doesn’t like to spend a lot of time thinking about ____________ things such as what he should wear or eat. (อเล็กซ์ไม่ชอบใช้เวลามากมายคิดถึงเกี่ยวกับเรื่อง ______________ เช่นว่า  เขาควรจะสวมใส่หรือกินอะไรดี)

    (a)  prodigious (ใหญ่โตมโหฬาร, มหึมา, พิเศษ)

    (b) didactic (เกี่ยวกับการสั่งสอน, เป็นการสั่งสอน, ซึ่งชอบสอน)

    (c)  bizarre (แปลกประหลาด, ผิดปกติ, พิกล)

    (d) arcane (ลึกลับ, ลี้ลับ, รู้กันแต่เฉพาะไม่กี่คน)

    (e)  mundane (ธรรมดาสามัญ, ซึ่งเกี่ยวกับทางโลก)

7.  One thing I really respect about the teachers here is that they will tolerate no ____________ when it comes to assignments; you have to be completely honest or you’re out. (สิ่งหนึ่งที่ผมเคารพจริงๆเกี่ยวกับครูที่นี่คือว่า  พวกเขาจะไม่อดทนต่อ _______________ เมื่อพูดถึงเรื่องการบ้าน (หรืองานที่ได้รับมอบหมาย)  - คุณจำเป็นต้องซื่อสัตย์สุจริตอย่างเต็มที่  หรือมิฉะนั้น  คุณก็ต้องออกไปจากโรงเรียน – คือไม่ยอมให้นักเรียนลอกการบ้านกัน  ถ้าลอกฯ และถูกจับได้  จะถูกไล่ออกจากโรงเรียน)

    (a)  ignominy (ความน่าอับอาย, ความอัปยศอดสู, ความเสื่อมเสียชื่อเสียง, ความน่ารังเกียจ)

    (b) aberrations (ความผิดปกติ, ความเบี่ยงเบนจากปกติ)

    (c)  cognition (การรับรู้, กระบวนการรับรู้, ความรู้ความเข้าใจ)

    (d) chicanery (เล่ห์กล, การทุจริต, การต้มตุ๋น, การใช้เล่ห์กลหลอกลวงต้มตุ๋น)

    (e)  sagas (นิยายวีรชน, นิยายเกี่ยวกับการผจญภัยและความกล้าหาญ, นิยายลำดับเหตุการณ์สมาชิกครอบครัวหรือวงศ์ตระกูล)

8.  The members of the astronomy club have been observing an object that they believe appears ____________ over a thousand-year period. (สมาชิกของสโมสรดาราศาสตร์กำลังสังเกตวัตถุชิ้นหนึ่งที่พวกเขาเชื่อว่าปรากฏขึ้น ____________ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งพันปี)

    (a)  explicitly (อย่างชัดเจน, อย่างชัดแจ้ง, อย่างแน่นอน)

    (b) bizarrely (อย่างแปลกประหลาด, อย่างผิดปกติ)

    (c)  tediously (อย่างน่าเบื่อ, อย่างน่ารำคาญ)

    (d) sporadically (อย่างเป็นครั้งคราว, อย่างเป็นพักๆ, อย่างเป็นระยะ, อย่างกระจัดกระจาย-บางตา)

    (e) eccentrically (อย่างผิดปกติ, อย่างประหลาด, อย่างพิกล)

9. I was encouraged when I heard that you need to have only a ____________ of  3,000 words in order to understand 80 percent of what you read. (ผมได้รับกำลังใจเมื่อผมได้ยินว่า  คุณจำเป็นต้องมี ______________ เพียง ๓,๐๐๐ คำ  เพื่อที่จะเข้าใจ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่คุณอ่าน)

    (a)  denotation (ความหมายตรงๆของคำ, ความหมาย)

    (b) lexicon (คำศัพท์)

    (c)  cognition (การรับรู้, กระบวนการรับรู้, ความรู้ความเข้าใจ)

    (d) charlatan (คนหลอกลวง, นักต้มตุ๋น, หมอเถื่อน)

    (e)  mentor (ที่ปรึกษาที่เก่ง-ฉลาด)

10. Alex once tried to explain some of the ____________ mysteries of calculus  to me. (อเล็กซ์ครั้งหนึ่งพยายามที่จะอธิบายความลึกลับ-ความลี้ลับ (หรือสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้) _______________ ของวิชาแคลคูลัสให้กับผม)

    (a)  didactic (เกี่ยวกับการสั่งสอน, เป็นการสั่งสอน, ซึ่งชอบสอน)

    (b) deleterious (ที่มีอันตราย, ที่เป็นอันตราย)

    (c)  pedestrian (ธรรมดาสามัญ, ขาดรสชาติ, จืดชืด)

    (d) sporadic (เป็นครั้งคราว, เป็นพักๆ, เป็นระยะ, กระจัดกระจาย, บางตา)

   (e)  arcane (ที่รู้กันแต่เฉพาะไม่กี่คน, ที่ลึกลับ, ที่ลี้ลับ)

11. It was not basic research, nor even applied science, but applied technology that- through _____________ production of weapons and other materials – gave the United States and its allies victory in World War II over an enemy that was in many ways their superior militarily. (มันมิใช่การวิจัยพื้นฐาน  หรือมิใช่แม้กระทั่งวิทยาศาสตร์ประยุกต์  แต่ว่าเป็นเทคโนโลยีประยุกต์ซึ่ง – โดยการผลิต ______________ ของอาวุธและวัสดุอื่นๆ – ให้ชัยชนะแก่สหรัฐฯ และพันธมิตรของสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ ๒  เหนือศัตรู  ซึ่งในหลายๆประการมีความสามารถเหนือกว่า (สหรัฐฯ) ในทางทหาร)

     (a)  tedious (น่าเบื่อหน่าย, น่ารำคาญ)

     (b) explicit (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, เปิดเผย, แน่นอน)

     (c)  prodigious (มหึมา, มหาศาล)

     (d) steady (มั่นคง, สม่ำเสมอ, แน่วแน่)

     (e)  pedestrian (ธรรมดาสามัญ, ขาดรสชาติ, จืดชืด)

12. Remarkable advances in molecular biology have made it possible for doctors to diagnose certain genetic ___________ , such as Down’s syndrome, before a person is born. (ความก้าวหน้าเป็นพิเศษในด้านชีววิทยาโมเลกุล  ทำให้เป็นไปได้สำหรับแพทย์ที่จะวินิจฉัย _____________ ทางพันธุกรรมบางประการ - เช่น โรคดาวน์ซินโดรม – ก่อนที่คนเราจะเกิดมา)

     (a)  diagnoses (การวินิจฉัยโรค)

     (b) aberrations (ความผิดปกติ)

    (c)  mentors (ผู้ให้คำปรึกษาที่เก่ง-ฉลาด)

    (d) difficulties (ความยากลำบาก)

    (e)  denotations (ความหมายตรงๆของคำ, ความหมาย)

13. The ozone layer has made life possible on Earth by shielding it from the extremely ____________ effects of ultraviolet radiation from the sun. (ชั้นของโอโซนทำให้ชีวิตบนโลกเป็นไปได้  โดยการเป็นโล่กำบังโลกจากผลกระทบ  ______________ อย่างยิ่งยวดของการแผ่รังสีอุลตร้าไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์)

     (a) deleterious (ที่มีอันตราย, ที่เป็นอันตราย)

     (b) arcane (ที่ลึกลับ, ที่ลี้ลับ, ที่รู้กันแต่เฉพาะไม่กี่คน)

     (c)  mundane (ธรรมดาสามัญ, ธรรมดาโลก, ปกติ, ซึ่งเกี่ยวกับทางโลก)

     (d) disturbing (ซึ่งรบกวน, ซึ่งทำให้รำคาญ)

     (e)  complex (ซึ่งยุ่งยาก, ซึ่งสลับซับซ้อน)

14. The question of whether a work of literature should be ____________ or whether its function is to merely entertain is an important issue in literary  criticism. (คำถามที่ว่างานด้านวรรณกรรมควรที่จะ ______________ หรือไม่  หรือว่าหน้าที่ของมัน (งานด้านวรรณกรรม) คือเพียงแต่ให้ความบันเทิงเท่านั้น  เป็นประเด็นที่สำคัญในการวิพากษ์วิจารณ์ด้านวรรณกรรม)

     (a)  admirable (น่ายกย่อง, น่าชมเชย)

     (b) eccentric (ผิดปกติ, ประหลาด, พิกล)

     (c)  realistic (เป็นจริง, สมจริงเป็นจัง)

     (d) didactic (เป็นการสั่งสอน, เกี่ยวกับการสั่งสอน, ซึ่งชอบสอน)

     (e)  antagonistic (เป็นปรปักษ์, ไม่เป็นมิตร, ซึ่งต่อต้าน)

15. Even at speeds close to that of light, travel to a nearby star system, such as  Alpha Centauri, would take about four years – a/an ______________ undertaking. (แม้กระทั่งความเร็วที่ใกล้กับความเร็วของแสง  การเดินทาง (จากโลก) ไปยังระบบดาวที่อยู่ใกล้เคียง  เช่น อัลฟ่า เซ็นทอรี่  จะใช้เวลาประมาณ ๔ ปี – เป็นภารกิจที่ _______________ )

     (a)  didactic (เกี่ยวกับการสั่งสอน, เป็นการสั่งสอน, ซึ่งชอบสอน)

    (b) pioneering (ซึ่งบุกเบิก, ซึ่งทำเป็นเจ้าแรก)

    (c)  unadulterated (ซึ่งบริสุทธิ์, ซึ่งไม่มีอะไรเจือปน)

    (d) pedestrian (ธรรมดาสามัญ, ขาดรสชาติ, จืดชืด)

   (e)  daunting (น่าหวาดหวั่น, น่าเกรงขาม, น่ากลัว)

 

คำศัพท์ตอนที่ ๑

1.  mentor (เม้น-เทอะ หรือ เม้น-ทอร์) (n) – ที่ปรึกษาหรือผู้ให้คำแนะนำที่ชาญฉลาดและไว้ใจได้, ครูหรือผู้ฝึก

2.  mundane (มัน-เดน หรือ มั้น-เดน) (a) – ธรรมดาสามัญ, ซึ่งเกี่ยวกับทางโลก, ธรรมดาโลก, ปกติ

3.  bizarre (บิ-ซาร์) (a) – แปลกประหลาด, ผิดปกติ

4.  charlatan (ช้าร์-ละ-เทิ่น) (n) – คนหลอกลวง, คนล่อลวง, หมอเถื่อน, นักต้มตุ๋น

5.  discerning (ดิ-เซิ้ร์น-นิ่ง) (a) – เข้าใจ, รู้ดี, หยั่งรู้

6.  deleterious (เดล-ลิ-เที้ย-เรียส) (a) – มีอันตราย

7.  morose (โม-โรส) (a) – มีอารมณ์ไม่ดี, มีอารมณ์ขุ่นหมอง, หน้าตาบูดบึ้ง

8.  aberration (แอ็บ-เบอ-เร้-ชั่น) (n) – ความผิดปกติ, ความเบี่ยงเบนจากปกติ

9.  chicanery (ชิ-เค้-เนอ-รี่) (n) – เล่ห์, เล่ห์กล, การใช้เล่ห์หลอกลวงต้มตุ๋น, การทุจริต, การต้มตุ๋น

10. unadulterated (อัน-อะ-ดั๊ล-เทอ-เรท-ทิด) (a) – บริสุทธิ์, ไม่มีสิ่งเจือปนหรือปนเปื้อน

11. sporadic (สพอ-แร๊ด-ดิค) (a) – เป็นครั้งคราว, เป็นพักๆ, เป็นระยะ, กระจัดกระจาย, บางตา

12. cognition (ค๊อก-นิช-ชั่น) (n) – การรับรู้, กระบวนการรับรู้, ความรู้ความเข้าใจ, สิ่งที่รู้หรือเข้าใจ

13. tedious (ที้-เดียส) (a) – น่าเบื่อ, น่ารำคาญ

14. didactic (ได-แท้ค-ทิค) (a) – เกี่ยวกับการสั่งสอน, เป็นการสั่งสอน, ที่ชอบสอน

15. prodigious (โพร-ดิ๊จ-เจิส) (a) – ใหญ่โตมโหฬาร, มหึมา, มหาศาล, มหัศจรรย์

16. denotation (ดี-โน-เท้-ชั่น) (n) – ความหมายตรงๆของคำ, ความหมาย, เครื่องหมาย

17. lexicon (เล็ค-ซิ-ค่อน หรือ เคิ่น) (n) – คำศัพท์, พจนานุกรม

18. ignominy (อิ๊ก-นอม-มิน-นี่) (n) – ความน่าอับอาย, ความอัปยศอดสู, ความเสื่อมเสียชื่อเสียง, ความน่ารังเกียจ

19. ignominious (อิก-นอม-มิ้น-เนียส) (a) – น่าอับอาย, น่าอัปยศ, เสื่อมเสียชื่อเสียง

20. arcane (อ๊าร์-เคน) (a) – ที่ลึกลับ, ที่ลี้ลับ, ที่รู้กันแต่เฉพาะไม่กี่คน

21. gargantuan (การ์-แก๊น-ชวน) (a) – ใหญ่มาก, มหึมา, เป็นจำนวนมากมาย

22. eccentric (อิค-เซ้น-ทริค) (a) – ผิดปกติ, ประหลาด, พิกล, วิตถาร

23. pedestrian (พิ-เดส-เทรียน) (a) – ธรรมดาสามัญ, ขาดรสชาติ, จืดชืด, เกี่ยวกับการเดิน

24. daunting (ด๊อน-ทิ่ง) (a) – น่ากลัว, น่าเกรงขาม, น่าหวาดหวั่น

25. explicit (เอ็ค-พลิส-ซิท) (a) – ชัดเจน, ชัดแจ้ง, แน่นอน, เปิดเผย, ขวานผ่าซาก

26. saga (ซ้า-กะ) (n) – นิยายวีรชน, นิยายเกี่ยวกับการผจญภัยและความกล้าหาญ, นิยายลำดับเหตุการณ์สมาชิกครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลหรือกลุ่มของสังคม