หมวดข้อสอบ GAT (ตอนที่ 7)

Choose the best alternative to make the sentence (s) meaningful.

1. The bride and groom held a wedding __________ for their friends after the church service. (เจ้าสาวและเจ้าบ่าวจัด ____________ การแต่งงานสำหรับเพื่อนๆ ภายหลังจากพิธีในโบสถ์)

     (a)  occasion (โอกาส)

     (b) festival (งานนักขัตฤกษ์, งานรื่นเริง)

     (c)  gathering (การมาชุมนุม, การรวมกลุ่ม, การมาพบปะกัน, การรวบรวม)

     (d) ring (แหวน)

     (e)  reception (งานเลี้ยงรับรอง)

2. His sister ___________ her sadness at the funeral as she did not want anyone to see her cry. (น้องสาวของเขา ___________ ความโศกเศร้าของเธอที่งานศพ  เนื่องจาก เธอไม่ต้องการให้ใครเห็นเธอร้องไห้)

     (a)  held up (ปล้นจี้, ทำให้ล่าช้า)

     (b) held on (ยึดหรือเกาะไว้, อดทนหรือต้านทานต่อไป)

     (c)  held to {ยึดถือ (หลักการ, อุดมการณ์), ไม่ละทิ้งหรือเปลี่ยนแปลง}

     (d) held back (ควบคุม, ระงับยับยั้ง)

    (e)  held over (เลื่อนออกไป)

3. Our manager told us to ___________ with our plan to go for a picnic during the summer vacation. (ผู้จัดการของเราบอกให้เรา ___________  กับแผนของเราสำหรับการไปปิ๊คนิกในระหว่างวันหยุดหน้าร้อน)

    (a) go back {กลับไปยัง (สถานที่), กลับไปเริ่มต้นทำใหม่ (หลังจากหยุดไปพักหนึ่ง)}

    (b) go off {(ลูกระเบิด) ระเบิด,  (ปืน) ลั่น, (ไฟฟ้า) ดับ,  (นาฬิกา) ปลุกเสียงดังขึ้นมาโดยฉับพลัน}

    (c) go ahead (ดำเนินต่อไป)

    (d) go beyond {มากเกินกว่า (ที่คาดการณ์ไว้)}

    (e) go up {เพิ่มขึ้น, (คอนโดมิเนียม, บ้านจัดสรร) ผุดขึ้นมา}

4. As there are ______________ in what the two witnesses are saying, the police know that one of them is lying. (เนื่องจากมี ___________ ในสิ่งที่พยาน ๒ คนกำลังบอกกล่าว  ตำรวจเลยรู้ว่า ๑ ใน ๒ คนนั้นกำลังพูดโกหก)

     (a)  accuracies (ความถูกต้อง, ความแม่นยำ)

      (b)  inconsistencies (ความขัดกัน, ความไม่สอดคล้องกัน, ความไม่ลงรอยกัน, สิ่งที่ไม่สอดคล้องกัน)

     (c)  possibilities (ความเป็นไปได้)

     (d) faults (ความผิดพลาด, ข้อบกพร่อง, ความคลาดเคลื่อน)

     (e)  truths (ความจริง)

5. When a natural disaster takes place, those who survive will often _____ due to insufficient food they have. (เมื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้น  ผู้ที่รอดชีวิตมักจะ ___________ อยู่บ่อยๆเนื่องจาก (ปริมาณ) อาหารที่ไม่เพียงพอที่พวกเขามี)

(a) starve (อดอาหารตาย, อดอยาก, หิวโหย, หนาวตาย, กระหาย, ทำให้อดอาหารตาย-อดอยาก-กระหาย-หิวโหย-หนาวตาย)

     (b) weaken (กลายเป็นอ่อนแอ, ทำให้อ่อนแอ, ทำให้อ่อนหรือกลายเป็นอ่อน)

     (c)  recover (กลับคืนสู่สภาพเดิม, ฟื้นจากไข้, หายเป็นปกติ, กู้ (เรือที่จม, ศพ), เอากลับคืนมา)

     (d) dehydrate (ขจัดน้ำออก, สูญเสียน้ำหรือความชื้น)

     (e)  shiver (สั่น, ตัวสั่น, สั่นระริก, (ธง) ปลิวสะบัด, แตกออก, แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย)

6. Due to the political unrest in the country, the _____________ of people was expected to take place at any moment. (เนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองในประเทศ _____________ ประชาชนถูกคาดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้)

     (a)  collaboration (ความร่วมมือ)

     (b) coordination (การประสานงาน)

     (c)  evacuation (การอพยพ, การโยกย้าย, การถอนออก, การถอนทหาร, การขับออก)

     (d) exploitation (การใช้หาประโยชน์, การใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว, การใช้เพื่อหากำไร, การส่งเสริมโดยการโฆษณาและประชาสัมพันธ์)

     (e)  determination (ความมุ่งมั่น, ความตั้งใจ, เจตจำนง)

7. They have _____________ themselves into permanent city-dwellers.  (พวกเขาได้ ____________ ตัวเองให้กลายเป็นผู้อาศัยอยู่ในเมืองแบบถาวร – คือเดิมเคยอยู่บ้านนอก  แล้วย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง และพยายามปรับตัวจนกลายเป็นคนเมือง)

    (a) divided (แบ่ง, แบ่งแยก, หาร)

    (b) transformed (เปลี่ยนสภาพ, แปลงสภาพ, เปลี่ยนแปลง, แปลงตัว, เปลี่ยนรูป, แปรรูป)

    (c) combined (เชื่อมโยง, รวม, รวมเข้าด้วยกัน)

    (d) distinguished (บอกความแตกต่าง, แสดงความแตกต่าง, จำแนก, แบ่งแยก, ทำให้เด่น, กระทำตัวดีเป็นพิเศษ)

    (e) identified (ระบุ, ชี้ตัว, หาเอกลักษณ์, บอกชื่อ, จำแนกแยกแยะ, พิสูจน์เอกลักษณ์)

8. As they advanced across Europe, American troops ____________ country after country from Germany’s occupation. (ในขณะที่พวกเขาลุกคืบหน้าข้ามทวีปยุโรป ทหารอเมริกัน ____________ ประเทศแล้วประเทศเล่าจากการยึดครองของ    เยอรมัน)

     (a)  conquered (ปราบ, พิชิต, มีชัยชนะ)

     (b) occupied {ครอบครอง, ยึดครอง, เข้าพักอาศัย (ในบ้าน), เข้าครอง (สำนักงาน)}

      (c)  liberated (ปลดปล่อยเป็นอิสระ, ปลดปล่อย, ปลดเปลื้อง)

     (d) eliminated (กำจัด, ทำลายสิ้น, ขับไล่, ขับออก, ลบทิ้ง, คัดออก)

     (e)  set fire to (จุดไฟเผา)

9. At first Jack denied that he was the owner of the pistol, but he finally  ________ that it was his. (ในตอนแรก  แจ๊คปฏิเสธว่าเขามิได้เป็นเจ้าของปืนพกกระบอกนั้น  แต่ในที่สุด  เขา ____________ ว่ามันเป็นของเขา)

     (a)  repudiated {ปฏิเสธ (ว่ามิได้พูด), บอกปัด (สัญญา), ไม่ยอมรับ (หนี้สิน), ทอดทิ้ง (ครอบครัว)}

     (b) approved (เห็นชอบ, เห็นด้วย, ตอบตกลง, อนุมัติ)

     (c)  recommended (แนะนำ, ชี้แนะ, เสนอแนะ, ฝากฝัง,

     (d) acknowledged (ยอมรับ, รับรอง, แจ้งว่าได้รับ, เห็นคุณค่า)

     (e)  advocated (สนับสนุน, เป็นทนาย, โฆษณาชวนเชื่อ)

10. Countries all over the world ____________ customs barriers to limit  imports. (ประเทศต่างๆทั่วโลก _____________ กำแพงภาษี  เพื่อจำกัดการนำสินค้าเข้าประเทศ)

     (a)  resist (ต้านทาน, ต่อต้าน, ยับยั้ง)

     (b) reprimand (ประณาม, กล่าวหาอย่างรุนแรง, การประณามหรือกล่าวหาอย่างรุนแรง)

     (c)  avoid (หลีกเลี่ยง)

     (d) encounter (เผชิญกับ, เผชิญหน้า, พบ, พบโดยบังเอิญ, ประสบ, ปะทะ)

     (e)  establish (สร้าง, จัดตั้ง, สถาปนา)

11. Your improvements will ____________ the value of the building.  (การปรับปรุง – อาคาร – ของคุณจะ ____________ คุณค่าของอาคาร)

      (a) encourage (ส่งเสริม, สนับสนุน, ให้กำลังใจ)

      (b) advocate (สนับสนุน, โฆษณาชวนเชื่อ, เป็นทนาย)

      (c) enhance (เพิ่ม, เสริม, ยกระดับ, ทำให้มากขึ้น-สูงขึ้น)

      (d) depreciate {ลดคุณค่าลง, เสื่อมค่า, ลดค่า (เงิน)}

      (e) demolish {ทำลาย, โค่น, รื้อทิ้ง (สิ่งก่อสร้าง)}

12. One of the most awful punishments (which) a prisoner can face is to be placed in ______________ confinement. (หนึ่งในบรรดาการลงโทษที่น่าหวาดกลัวที่สุดซึ่งนักโทษอาจจะพบเจอ  คือการถูกจัดวางไว้ในการขัง ____________ )

     (a)  gloomy (มืดมัว, มืดคลึ้ม, ห่อเหี่ยวใจ, เศร้าหมอง, ซึมเศร้า, หมดหวัง, ซึ่งมองในแง่ร้าย)

     (b) solitary (เดี่ยว, โดดเดี่ยว, ลำพัง, คนเดียว, อันเดียว, ไม่มีเพื่อน, สันโดษ, อ้างว้าง, เงียบสงัด)

    (c)  brutal (โหดร้าย, ทารุณ, โหดเหี้ยม, หยาบคาย, คล้ายสัตว์)

    (d) considerable (มากมาย, ค่อนข้างมาก, ค่อนข้างใหญ่, น่าพิจารณา, น่านับถือ)

    (e)  temporary (ชั่วคราว)

13. __________ the garden hose to the tap when you want to water the garden.  ( ___________ สายยาง – รดน้ำต้นไม้ – ในสวนกับก๊อกน้ำเมื่อคุณต้องการรดน้ำสวน)

      (a) install {ติดตั้ง (แอร์, เครื่องจักร)}

      (b) construct (สร้าง, ก่อสร้าง, ผูกประโยค, ผูกเรื่อง)

      (c) connect (ต่อ, เชื่อม, เสียบ)

      (d) decorate (ตกแต่ง, ประดับประดา)

      (e) purchase (ซื้อ, การซื้อ)

14. If you had spent more money on the maintenance of your car, it would not  have ___________ so much like this. (ถ้าคุณได้ใช้จ่ายเงินมากขึ้น - กว่าที่กระทำอยู่ – ในการบำรุงรักษารถของคุณ  มันก็คงจะไม่ ___________  มากมายเหมือนเช่นนี้ – แต่ในความเป็นจริง คือ คุณใช้เงินน้อยในการบำรุงรักษารถ  รถจึงเสียมาก)

     (a)  fallen down (ล้มลง, หกล้ม)

      (b) broken down {(รถ) เสียหรือขัดข้อง, แยกออกเป็นส่วนย่อยๆ (เช่น รายการการใช้เงินหรือส่วนประกอบของรถยนต์), ทำให้ (ความอาย) ลดลงหรือทำลายความรุนแรง (ของการต่อต้านการปฏิรูป)}

     (c)  turned down {หรี่เสียง (วิทยุ), แสง (ไฟ) หรือความแรง (ของน้ำก๊อก) ให้ลดลง, ปฏิเสธ (ข้อเสนอ, คำขอร้อง)}

     (d) stepped down (ลดความเร็วลงทีละน้อย, ก้าวลงจากตำแหน่ง)

     (e)  slowed down {ล่าช้า, (รถวิ่ง) ค่อยๆช้าลง, ทำให้ช้าลง}

15. These tiny creatures are hardly __________ to the naked eye.  (สัตว์ตัวกระจิ๋วพวกนี้แทบจะไม่ ___________ ด้วยตาเปล่า – คือ แทบจะมองไม่เห็น)

      (a) visible (มองเห็นได้, เห็นได้, ชัดเจน, ชัดแจ้ง, แน่ชัด)

      (b) potable {(น้ำ) ที่ดื่มได้}

      (c) edible {(อาหาร) ที่กินได้}

      (d) audible (พอจะได้ยิน, สามารถได้ยิน)

      (e) tangible (ที่สัมผัสได้, จับต้องได้, เป็นตัวเป็นตน, มีรูปร่าง, มีแก่นแท้)

16. Those pretty supermodels on the catwalk are all so __________ that all of us can hardly take our eyes off them. (พวกซุปเปอร์โมเด็ลที่สวยงามบนแค้ทว้อคเหล่านั้น  ล้วนแต่ ____________  มากจนกระทั่งพวกเราทุกคนแทบจะไม่ละสายตา        จากพวกหล่อนเลย)

     (a)  ridiculous (น่าหัวเราะ, น่าขัน, ไร้สาระ, ตลกขบขัน)

     (b) ordinary (ธรรมดา, สามัญ, ปกติ)

     (c)  stunning (ทำให้งงงวย-ประหลาดใจ, ทำให้หูอื้อ, สวยล้ำเลิศ, ล้ำเลิศ, ยอดเยี่ยม)

     (d) arrogant (หยิ่ง, ยโส, อวดดี)

     (e)  disgraceful (น่าอับอาย, น่าอัปยศ, เสื่อมเสีย)

17. A thorough eye examination by ___________ will help to determine the cause of your blindness or partial loss of vision. (การตรวจตาอย่างละเอียดโดย  ______   จะช่วยกำหนดสาเหตุของการมองไม่เห็นหรือการสูญเสียการมองเห็นบางส่วนของคุณได้)

     (a)  a dermatologist (แพทย์ผู้ชำนาญโรคผิวหนัง)

     (b) an anthropologist (นักมานุษยวิทยา)

     (c)  a psychiatrist (จิตแพทย์)

     (d) an optometrist (ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจวัดสายตาประกอบแว่น – ไม่ใช่จักษุแพทย์)

     (e)  obstetrician (สูติแพทย์, หมอทำคลอด)

18. If there is one thing that I can recommend you, ___________ can lead to  self-improvement. (ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ผมจะสามารถแนะนำคุณได้  (นั่นก็คือ) ________ สามารถนำไปสู่การปรับปรุงตนเองได้)

     (a)  retrospection (การมองย้อนไปสู่อดีต, การหวนรำลึก, การคิดถึงอดีต, การทบทวนสิ่งที่ผ่านไป, การมีผลย้อนหลัง)

     (b) serious exercise (การออกกำลังกายอย่างจริงจัง)

     (c)  diagnosis (การวินิจฉัยโรค)

     (d) acumen (ความฉลาดปราดเปรื่อง, ความมีไหวพริบเฉียบแหลม)

     (e)  introspection (การมองเข้าข้างในตนเอง, การพิจารณาตนเอง, การใคร่ครวญ, การทบทวนความคิดของตัวเอง)

19. Snoring is more than a bedtime annoyance: it is a serious health concern.  _______ from snoring includes chronic fatigue, gaining weight, high  blood pressure, heart failure and stroke. (การกรนเป็นอะไรที่มากไปกว่าความน่ารำคาญ – หรือสิ่งรบกวน – แต่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับสุขภาพอย่างสำคัญทีเดียว ทั้งนี้ ______ จากการกรนรวมไปถึง ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียเรื้อรัง น้ำหนักตัวเพิ่ม ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว และโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน)

     (a)  Intimidation (การข่มขวัญ, การขู่, การคุกคาม, การทำให้กลัว)

     (b)  Assimilation {การย่อยและดูดซึม, การทำให้กลมกลืนกัน, การทำให้คล้ายหรือเหมือนกัน (ของคนต่างเชื้อชาติ ศาสนา), การปรับเข้ากันของลักษณะของสังคม}

      (c)  Complication (โรคแทรกซ้อน, การแทรกซ้อน, สิ่งแทรกซ้อน, ความซับซ้อน, ความยุ่งเหยิง)

     (d) Investigation (การสืบสวน, การสอบสวน)

     (e) Detestation (ความเกลียดชัง, ผู้ที่ถูกเกลียดชัง)

20. A lot of bombings in the heart of the city had done heavy damage and the police would ___________ some terrorists captured at the scene. (การระเบิดอย่างมากมายในใจกลางเมืองได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก  และตำรวจจะได้ _____ ผู้ก่อการร้ายบางคนที่ถูกจับกุมได้ในที่เกิดเหตุ)

     (a)  interpret (แปลความหมาย, อธิบาย, ชี้แจง)

     (b) eradicate (กำจัด, ทำลาย, ถอนรากเหง้า, ถอนรากถอนโคน)

     (c)  infiltrate (แทรกซึม, ทำให้แทรกซึม, ซึมทะลุ)

     (d) interrogate (ซักถาม, สอบถาม)

     (e)  elucidate (ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, อธิบายหรือชี้แจงอย่างละเอียด)

21. He had not slept the whole night; ___________, he led the rally with his usual vigor. (เขาไม่ได้หลับนอนตลอดทั้งคืน ____________ เขาได้นำการชุมนุมด้วยความกระฉับกระเฉง – หรือด้วยพลัง – ตามปกติของเขา)

      (a)  consequently (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

      (b) furthermore (นอกจากนั้น, ยิ่งไปกว่านั้น)

       (c)  nevertheless (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

      (d)  accordingly (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

     (e)  otherwise (มิฉะนั้น, ไม่เช่นนั้น)

22. There are lots of components used for cooking, but flour is a basic _______ of bread and cakes. (มีส่วนประกอบมากมายที่ถูกใช้สำหรับการปรุงอาหาร แต่แป้งเป็น ___________ พื้นฐานของขนมปังและเค็ก)

     (a)  formula {สูตร (คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์), กฎ, เกณฑ์, หลัก, ตำรับตำรา}

     (b) ingredient (ส่วนประกอบ, ส่วนผสม)

     (c)  detergent (ผงซักฟอก)

     (d) proportion (อัตราส่วน, สัดส่วน)

     (e)  preservation (การอนุรักษ์, การสงวน, การเก็บรักษาไว้, การพิทักษ์รักษา, การดำรง หรือคงไว้)

23. After a long and arduous discussion, no one is willing to take on the  _____ task of changing the whole structure. (หลังจากการประชุมปรึกษาหารืออย่างยาวนานและตรากตรำอย่างมาก ไม่มีใครเต็มใจที่จะรับทำงานที่ _____ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทั้งหมด)

     (a) formidable (น่ากลัว, น่าเกรงขาม, ซึ่งเอาชนะได้ยาก, ยาก, ลำบาก, เหนือกว่ามาก, มีอำนาจหรือกำลังมาก)

     (b) hospitable (มีมิตรไมตรีจิต, มีอัธยาศัยดี, ที่ชอบต้อนรับแขก, ที่ต้อนรับขับสู้, ที่เมตตากรุณา, มีมารยาทเจ้าของบ้าน)

     (c)  benevolent (เมตตา, กรุณา, ใจบุญ, ชอบทำบุญ, มีใจเป็นกุศล)

     (d) confidential (ลับ, เป็นที่ไว้วางใจ)

     (e)  predominant (มีอำนาจเหนือ, มีอิทธิพลเหนือ, เหนือกว่า, มีมากกว่า, เด่น)

24. Elephants, which are normally quite peaceful, become __________ when their young are threatened by their enemies such as tigers or lions. (ช้าง  ซึ่งตามปกติแล้วรักสงบเป็นอย่างมาก จะ ____________ เมื่อลูกอ่อนของมันถูกคุกคามโดยศัตรูของมัน เช่น เสือหรือสิงโต)

     (a)  domesticated (เชื่อง, ถูกทำให้เชื่อง, ชอบอยู่ในบ้าน)

     (b) complacent (พอใจ, อิ่มใจ, ย่ามใจ)

     (c)  gracious (เมตตากรุณา, สุภาพ, สง่างาม, สวยงาม, เรียบร้อย, มีมารยาท)

     (d) aggressive (ก้าวร้าว, รุกราน)

     (e)  circumspect (รอบคอบ, ระมัดระวัง, ละเอียดรอบคอบ)

25. If university or college students __________ in their essays, they can be expelled. (ถ้านักศึกษามหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย ____________ ในเรียงความของตนพวกเขาอาจจะถูกไล่ออก – จากการเป็นนักศึกษา – ได้)

     (a)  summarize {(พูด, เขียน) สรุป, ย่อความ, รวบยอด, รวบรัด}

     (b) vandalize (ทำลายสมบัติสาธารณะ)

     (c)  synchronize (ตั้งเวลาให้ตรงกัน, เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน, ทำให้สอดคล้องกัน)

     (d) recognize (จำได้, รู้จัก, ยอมรับ, สำนึก, แสดงว่ารู้จักหรือเห็นคุณค่า)

      (e)  plagiarize (= plagiarise) (ขโมยคัดลอกผลงานหรือบทประพันธ์ – ของคนอื่น, ขโมยความคิด)