หมวดข้อสอบ English for ม. 1 – 3 (Vocabulary ตอนที่ 5)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Choose the best item (a, b, c or d) for each blank.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

1. The ________________________ of the accident was a broken brake lever.

(______________________________ ของอุบัติเหตุคือคันเบรกที่แตกหัก-ชำรุด)

(a) reason    (เหตุผล)                             

(b) occasion    (โอกาส)

(c) opinion    (ความคิดเห็น)                   

(d) cause    (สาเหตุ, ต้นเหตุ, เป้าหมายหรือหลักการซึ่งคนกลุ่มหนึ่งสนับสนุนหรือต่อสู้เพื่อมัน)   

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับตัวอย่างการใช้  “Reason”  และ  “Cause”  ได้แก่

  • I asked him the reason for the decision.

(ผมถามเขาเกี่ยวกับเหตุผลสำหรับการตัดสินใจ)

  • One of the reasons for coming to England is to make money.

(เหตุผลอย่างหนึ่งของการมาประเทศอังกฤษคือหาเงิน)

  • There are several reasons why we can’t do that.

(มีเหตุผลหลายประการว่าทำไมเราจึงไม่สามารถทำเช่นนั้น)

  • There is reason to disbelieve him.

(มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อเขา)

  • For reasons of space I have missed out some of the details.

(ด้วยเหตุผลด้านเนื้อที่ (สำหรับเขียนหรือตีพิมพ์) ผมมิได้ให้รายละเอียดบางอย่าง)

  • Public pressure is towards more street lighting rather than less; the reason is, of course, that people feel safer in well-lit streets.

(ความกดดันจากประชาชนได้มุ่งไปที่ให้มีแสงสว่างในถนนเพิ่มขึ้น  มากกว่าที่จะลดลง  เหตุผล  แน่ละ  คือว่าผู้คนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในถนนที่มีไฟส่องสว่าง)

  • Nobody knew the cause of the explosion.

(ไม่มีใครรู้สาเหตุของการระเบิด)

  • Deforestation was the true cause of a big flood in the southern Thailand last year.

(การทำลายป่าคือต้นเหตุที่แท้จริงของน้ำท่วมใหญ่ทางภาคใต้ของไทยเมื่อปีที่แล้ว)

  • Death was due to natural causes.

(การตายเนื่องมาจากสาเหตุทางธรรมชาติ)  (คือ แก่ตาย)

  • Too many governments have chosen to remove the symptoms rather than the cause.

(รัฐบาลจำนวนมากเกินไปได้เลือกที่จะกำจัดอาการของโรค  มากกว่า (กำจัด) สาเหตุของมัน)

  • He is sympathetic to our cause.

(เขาเห็นอกเห็นใจ-สนับสนุนหลักการ (เป้าหมาย) ของเรา)

  • The government has a plan to revive the socialist cause.

(รัฐบาลมีแผนการที่จะฟื้นฟูหลักการสังคมนิยม)

  • Most nations support the cause of world peace.

(ประเทศส่วนใหญ่สนับสนุนหลักการ (เป้าหมาย) ของสันติภาพโลก)

 

2. Don’t ___________________________________ on that chair, it might break.

(อย่า ______________________________________ เก้าอี้ตัวนั้น  มันอาจจะหัก)

(a) knock    (เคาะ, ตี, ทุบ, กระแทก, ชก, ต่อย, ชน)   

(b) walk    (เดิน)

(c) lean    (พิง, เอน, เอียง, ลาด, พาดพิง, พึ่งพา)      

(d) touch    (แตะ, สัมผัส)

 

3. Please ______________________________ a few books and give him the rest.

(โปรด _____________________ หนังสือสองสามเล่ม  และให้ (หนังสือ) ส่วนที่เหลือแก่เขาไป)  (คือ  โปรดเก็บหนังสือไว้สองสามเล่ม)

(a) keep in    (กักเอาไว้, เก็บไว้)              

(b) keep out    (อยู่ให้ห่าง, อย่าเข้ามา, ห้ามเข้า)

(c) keep off     (ออกให้ห่าง, อย่าแตะต้อง, ห้ามเข้า)  (“Keep off the grass.”  =  “อย่าเดินลัดสนามหญ้า”)                                           

(d) keep back    (เก็บเอาไว้, ดึงเอาไว้, กันเอาไว้, กั้นไม่ให้เข้า, ดันให้ถอยหลังออกไป)

 

4. ________________________________________ I said, he would disagree.

(_________________________________________ ที่ผมพูด  เขาจะไม่เห็นด้วย)

(a) Whichever                                      

(b) However

(c) Whatever    (อะไรก็ตาม)                

(d) No matter

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Whatever I said”  =   “ไม่ว่าผมจะพูดอะไรก็ตาม”  หรืออาจตอบ  “No matter what I said”  (ไม่ว่าผมจะพูดอะไรก็ตาม)   ก็ได้

 

5. If you are interested in becoming a ______________________ of the club, telephone the secretary during office hours.

(ถ้าคุณสนใจในการเป็น _____________________________ ของสโมสร  ให้โทรศัพท์ไปหาเลขานุการระหว่างชั่วโมงทำงาน)

(a) partner    (หุ้นส่วน, คู่เต้นรำ)             

(b) member    (สมาชิก)

(c) janitor    (ภารโรง)                            

(d) participant    (ผู้เข้าร่วม)  (การประชุม, การแข่งขัน, โครงการ, ฯลฯ)

 

6. Does anyone _______________________________ the plans we have made?

(มีใคร ______________________________________ แผนการที่เราวางไว้หรือไม่)

(a) differ    (แตกต่าง)                            

(b) oppose    (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย, ต่อต้าน)

(c) quarrel    (ทะเลาะ, วิวาท, ทุ่มเถียง)     

(d) agree    (เห็นด้วย, เห็นพ้อง, ตกลง)

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ทั้งนี้  ถ้าเห็นด้วยกับแผน  ต้องตอบว่า  “Agree to the plans”

 

7. You can buy almost anything in this shopping mall; _____________________ it also has a restaurant serving good cheap meals.

(คุณสามารถซื้อเกือบทุกอย่างในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้, _______________ มันยังมีภัตตาคารที่เสิร์ฟอาหารอย่างดีและราคาถูกอีกด้วย)

(a) however    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)    

(b) meanwhile    (ในขณะเดียวกัน, ในระหว่างนั้น)

(c) moreover    (ยิ่งกว่านั้น, นอกจากนั้น)    

(d) otherwise    (มิฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Moreover, Furthermore, In addition, Besides, Similarly, Likewise  =  นอกจากนั้น, ยิ่งกว่านั้น, และ  ใช้นำหน้าประโยคเพื่อบอกข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านั้นแล้ว  (........สามารถซื้อเกือบทุกอย่างในห้างฯ  “ยิ่งกว่านั้น”  มันยังมีภัตตาคารด้วย)

 

8. After a thorough search, the police _____________________ most of the missing jewels.

(หลังจากการค้นหาอย่างละเอียด  ตำรวจ _________________ เครื่องเพชรส่วนใหญ่ที่หายไป)

(a) reminded    (เตือนความจำ, เตือน, ทำให้ระลึกถึง, ทำให้จำได้)

(b) refreshed    (ทำให้มีชีวิตชีวา, ทำให้สดชื่น, เติมพลัง, กระตุ้นความจำ, ทำให้ฟื้นคืน,

อัดแบตเตอรี่)

(c) recovered    (เอากลับคืนมา, เอาคืนมาได้อีกครั้ง, กู้ (ศพขึ้นมา), ค้นพบใหม่, พบอีก, คืนสภาพเดิม, ทำให้กลับเป็นอย่างเดิม, หายจากไข้)  

(d) recycled    (นำกลับมาใช้ใหม่)

 

9. Lovers of ___________________________ find many new uses for old things.

(คนที่รัก ___________________________ พบการใช้ใหม่ๆ มากมายสำหรับสิ่งเก่าๆ)  (คือ  เอาของเก่า (วัตถุโบราณ) กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เยอะแยะ)

(a) ancients    (เอ๊น-เชิ่น)  (คนสมัยโบราณ, คนชรา)  

(b) toys    (ของเล่น)

(c) antiques    (แอน-ที้ค)  (วัตถุโบราณ, สถานที่โบราณ)   

(d) costumes    (เสื้อผ้า, เครื่องแต่งกาย)

 

10. Radiation going through food kills the ________________________ inside the food.

(การแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทะลุผ่านอาหาร  ฆ่า ______________ ข้างในอาหารนั้น)

(a) texture    (เนื้อหนัง, องค์ประกอบ, เนื้อผ้า, สิ่งทอ, วัตถุทำสิ่งทอ)      

(b) flour    (เฟล้า-เออะ)  (แป้ง, แป้งหมี่, แป้งข้าว, ผงละเอียด)

(c) germs    (เจิม)  (เชื้อโรค, เชื้อ, เชื้อจุลินทรีย์)     

(d) diseases    (ดิ-ซี้ซ)  (โรค, การเจ็บไข้ได้ป่วย)

 

11. There are a lot of beautiful pictures in that ________________________ dictionary.

(มีรูปภาพสวยๆ มากมายในพจนานุกรม (ซึ่ง) ___________________________ เล่มนั้น)

(a) painted    (ถูกระบายสี)                      

(b) drawn    (ถูกวาด)

(c) written    (ถูกเขียน)                           

(d) illustrated    (มีภาพประกอบ,  ถูกแสดงด้วยภาพ)

 

12. Tommy ______________________________ the package to see what was inside.

(ทอมมี่ ___________________________________ หีบห่อนั้น  เพื่อดูว่าอะไรอยู่ข้างใน)

(a) tied    (ใช้เชือกหรือสายอื่นผูก, มัด, ต่อ, รัด, โยง, ทำคะแนนเท่ากัน, ผูกพันเป็นสามีภรรยา)

(b) folded    (ม้วน, พับ, ทบ, ห่อ, ปิดผนึก, หุ้ม)

(c) untied    (แก้ออก, แก้มัด, ทำให้หลุด, ปล่อย, คลาย, ทำให้อิสระ)      

(d) wrapped    (ห่อ, มัด, พัน, ม้วน, คลุม, ปิดบัง, อำพราง)

 

13. She studies in the science field since she is interested in medical _____________.

(เธอศึกษาในสายวิทยาศาสตร์  เพราะว่าเธอสนใจใน _____________________ แพทย์)

(a) work    (งาน)                                    

(b) job    (งาน)

(c) profession    (อาชีพ, วิชาชีพ, การยอมรับ, การแสดงตัว, การปฏิญาณตัว, การประกาศความศรัทธา)                                                  

(d) task    (ทาสค)  (งาน, งานหนัก, เรื่องที่ยาก, ภาระหน้าที่))

 

14. Although there are so many visitors, only a few rooms are __________ in the hotel.

(แม้ว่าจะมีแขกมากมาย  มีห้องเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ________________ ในโรงแรมนั้น)

(a) usable    (สามารถใช้ประโยชน์ได้, สามารถใช้งานได้)   

(b) available   (ที่สามารถหาได้, มี, หาง่าย, เหมาะที่ใช้, ใช้ประโยชน์ได้, เท่าที่จะหาได้)

(c) potable    (สามารถดื่มได้)  (เพราะสะอาด)

(d) edible    (สามารถกินได้)  (ไม่มีอันตราย)

 

15. She spoke so loudly that it was _____________________________ to everyone.

(เธอพูดดังมากจนกระทั่งมัน _____________________________________ กับทุกคน)

(a) visible    (สามารถมองเห็นได้)           

(b) audible    (สามารถได้ยิน)

(c) portable    (สามารถหอบหิ้วไปได้, สามารถนำติดตัวไปได้)    

(d) adorable    (น่าเคารพ, น่าบูชา, น่านับถือยิ่ง)

 

16. It is very hot in this room, please turn on the ____________________________.

(อากาศร้อนมากในห้องนี้ กรุณาเปิด _______________________________ ด้วยครับ)

(a) air-condition    (ปรับอากาศ)  (เป็นคำกริยา)      

(b) cooler    (ตู้เย็น, ภาชนะแช่เย็น, ภาชนะเก็บของเย็น, น้ำยาทำความเย็น)   

(c) air-conditioner    (เครื่องปรับอากาศ)  

(d) electric cooker    (หม้อหุงข้าวไฟฟ้า)

 

17. She was _______________________ in New York but was brought up in San Francisco until her family moved to London.

(เธอ (ได้รับการ) ____________________ ในนิวยอร์ค  แต่ได้รับการอบรม-เลี้ยงดูในซานฟรานซิสโก  จนกระทั่งครอบครัวของเธอย้ายไปลอนดอน)

(a) born    (เกิด)                                    

(b) settled    (ตั้งรกราก-ถิ่นฐาน, ตั้งหลักแหล่ง, จัดการ, ชำระหนี้-บัญชี, (ฝุ่น) ค่อยๆ สงบลง, ค่อยๆ จมลง, นอนก้น, ตกลงกัน)

(c) taken care of    (ดูแล, เอาใจใส่)         

(d) trained    (ฝึกฝน, อบรม)

 

18. They are 20 years old now, and so have the _______________ to vote in an election.

(พวกเขาอายุ  ๒๐  ปีแล้วขณะนี้  และดังนั้น  จึงมี _________ ที่จะลงคะแนนในการเลือกตั้ง)

(a) chance    (โอกาส)                            

(b) time    (เวลา)

(c) opportunity    (โอกาส)                     

(d) right    (สิทธิ)

 

19. He tried to __________________________________________ a drowning girl.

(เขาพยายามที่จะ ___________________________________ เด็กหญิงที่กำลังจมน้ำ)

(a) safe    (ปลอดภัย)  (เป็นคำคุณศัพท์)     

(b) help    (ช่วย, ช่วยเหลือ)

(c) save    (ช่วยชีวิต, ประหยัดเงิน, ออมเงิน, ประหยัด)  (เป็นคำกริยา)   

(d) encourage    (ให้กำลังใจ, ส่งเสริม, กระตุ้น)

 

20. An injection can ______________________________________________ illness.

(การปลูกฝี-ฉีดยาสามารถ ___________________________________ ความเจ็บป่วย)

(a) protect    (ปกป้อง, คุ้มครอง)                   

(b) defend    (ป้องกัน-รักษาไว้, เป็นทนายให้, แก้ต่าง, พิทักษ์แก้ตัวให้)

(c) prevent    (ป้องกันมิให้เกิดขึ้น, ขัดขวาง, สกัดกั้น)      

(d) cover    (คุม, ปกคลุม, กลบ, ปิดบัง, ครอบ, ครอบคลุม, คุ้มกัน, รวมทั้ง, ชดเชย)ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Prevent”,  “Protect”  และ  “Defend”  จากประโยคข้างล่าง

  • The rain prevented me from going out.

(ฝนขัดขวางผมมิให้ออกไปข้างนอก)  (ขัดขวางผมจากการออกไปข้างนอก)

  • An umbrella protects me from the rain.

(ร่มปกป้อง-คุ้มครองผมจากฝน)

  • An umbrella prevents the rain from touching me.

(ร่มขัดขวาง-ป้องกันมิให้ฝนมาโดนตัวผม)

  • The army protected the country from the enemy.

(กองทัพปกป้อง-คุ้มครองประเทศจากศัตรู)

  • The army prevented the enemy from invading the country.

(กองทัพขัดขวางมิให้ศัตรูรุกรานประเทศ)  (ขัดขวางศัตรูจากการรุกรานประเทศ)

  • Her only idea was to prevent him from speaking.

(ความคิดเพียงอย่างเดียวของเธอคือการขัดขวางมิให้เขาพูด)  (ขัดขวางเขาจากการพูด)

  • The government has not done enough to prevent war.

(รัฐบาลมิได้ทำอย่างเพียงพอที่จะป้องกันสงคราม)

  • Cotton mittens will prevent the baby from scratching his own face.

(ถุงมือฝ้ายจะป้องกัน-ขัดขวางเด็กทารกมิให้ข่วนหน้าของตนเอง)

  • They even threatened to prevent my going on my trip.

(พวกเขาแม้กระทั่งขู่ที่จะขัดขวางผมมิให้เดินทาง)  (ขัดขวางการเดินทางของผม)

  • The Common Laws has always protected individual rights.

(กฎหมายจารีตประเพณี (ของอังกฤษ) ปกป้อง-คุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลเสมอ)

  • Babies are protected against diseases like measles by their mothers’ milk.

(ทารกได้รับการปกป้อง-คุ้มครองจากโรคต่างๆ เช่น โรคหัด  โดยนมมารดาของตน)

  • An insurance policy protects the insured against death, injury, theft, fire, accident, etc. 

(กรมธรรม์ประกันภัยปกป้อง-คุ้มครองผู้เอาประกัน  จากการตาย  บาดเจ็บ  การลักขโมย  ไฟไหม้  อุบัติเหตุ  ฯลฯ)

                              สำหรับ  “Defend”  ใช้ดังนี้  คือ

  • I persuaded my mother that I could defend myself against danger.

(ผมจูงใจแม่ให้เชื่อว่า  ผมสามารถป้องกันตัวเองจากอันตรายได้)

  • They were merely defending the national interest.

(พวกเขาเพียงแต่ป้องกัน (ปกป้อง) ผลประโยชน์แห่งชาติเท่านั้น)

  • It is a point of view which will be hard to defend.

(มันเป็นความคิดเห็นซึ่งป้องกัน (แก้ต่าง) ได้ยาก)  (คือ  ป้องกันได้ยาก ว่ามันเป็นความคิดเห็นที่ดี)

  • The minister defended himself in the Parliament.

(ท่านรัฐมนตรีแก้ต่างให้ตนเองในสภา)

  • The country needs a stronger army to defend itself.

(ประเทศต้องการกองทัพที่เข้มแข็งมากขึ้นเพื่อป้องกันตนเอง)

  • She hired a competent lawyer to defend her.

(เธอจ้างทนายที่เก่งเพื่อแก้ต่างให้เธอ)

  • They defended themselves successfully in court.

(พวกเขาแก้ต่างให้ตัวเองได้สำเร็จในศาล)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้