หมวดข้อสอบ English for ม. 1–3 (Vocabulary ตอนที่ 1)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

 

Choose the best item (a, b, c or d) for each blank.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

1. We haven’t enough food for everybody; some of you will have to ___________________.

(เรามีอาหารไม่เพียงพอสำหรับทุกคน  (ดังนั้น) พวกคุณบางคนจำเป็นจะต้อง _____________ )

(a) share    (แบ่งปันกัน)                        

(b) distribute    (แจกจ่าย, กระจาย, จำหน่าย)

(c) give    (ให้)                                       

(d) send    (ส่ง)

 

2. The army ______________________________________ the country.

(กองทัพ ___________________________________________ ประเทศ)

(a) prevents    (ขัดขวาง, ป้องกัน, สกัดกั้น)   

(b) covers    (ปกปิด, ครอบคลุม)

(c) protects    (ปกป้อง, คุ้มครอง)         

(d) disturbs    (รบกวน, กวน, ทำให้ยุ่ง, ทำให้ไม่สงบ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Prevent”  และ  “Protect”  จากประโยคข้างล่าง

  • The rain prevented me from going out.

(ฝนขัดขวางผมมิให้ออกไปข้างนอก)  (ขัดขวางผมจากการออกไปข้างนอก)

  • An umbrella protects me from the rain.

(ร่มปกป้อง-คุ้มครองผมจากฝน)

  • An umbrella prevents the rain from touching me.

(ร่มขัดขวาง-ป้องกันมิให้ฝนมาโดนตัวผม)

  • The army protected the country from the enemy.

(กองทัพปกป้อง-คุ้มครองประเทศจากศัตรู)

  • The army prevented the enemy from invading the country.

(กองทัพขัดขวางมิให้ศัตรูรุกรานประเทศ)  (ขัดขวางศัตรูจากการรุกรานประเทศ)

  • Her only idea was to prevent him from speaking.

(ความคิดเพียงอย่างเดียวของเธอคือการขัดขวางมิให้เขาพูด)  (ขัดขวางเขาจากการพูด)

  • The government has not done enough to prevent war.

(รัฐบาลมิได้ทำอย่างเพียงพอที่จะป้องกันสงคราม)

  • Cotton mittens will prevent the baby from scratching his own face.

(ถุงมือฝ้ายจะป้องกัน-ขัดขวางเด็กทารกมิให้ข่วนหน้าของตนเอง)

  • They even threatened to prevent my going on my trip.

(พวกเขาแม้กระทั่งขู่ที่จะขัดขวางผมมิให้เดินทาง)  (ขัดขวางการเดินทางของผม)

  • The Common Laws has always protected individual rights.

(กฎหมายจารีตประเพณี (ของอังกฤษ) ปกป้อง-คุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลเสมอ)

  • Babies are protected against diseases like measles by their mothers’ milk.

(ทารกได้รับการปกป้อง-คุ้มครองจากโรคต่างๆ เช่น โรคหัด  โดยนมมารดาของตน)

  • An insurance policy protects the insured against death, injury, theft, fire, accident, etc. 

(กรมธรรม์ประกันภัยปกป้อง-คุ้มครองผู้เอาประกัน  จากการตาย  บาดเจ็บ  การลักขโมย  ไฟไหม้  อุบัติเหตุ  ฯลฯ)

 

3. They are coming into the U.S.A.; they are _________________________.

(พวกเขากำลังเข้ามาในสหรัฐฯ  พวกเขาเป็น __________________________ )

(a) citizens    (พลเมือง)                          

(b) people    (ประชาชน, ผู้คน)

(c) population    (ประชากร, ประชาชน, พลเมือง, กลุ่มพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณหนึ่ง)                                                              

(d) immigrants    (ผู้อพยพเข้า)

 

4. When we are very sick, we can _____________________________ speak.

(เมื่อเราป่วยหนัก  เรา ____________________________________ สามารถพูด)

(a) hard    (อย่างหนัก)                            

(b) hardly    (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ)

(c) generally    (โดยทั่วๆ ไป)                  

(d) always    (เสมอ)

 

5. Billy wants ___________________________________.  He is very thirsty.

(บิลลี่ต้องการ ___________________________________  เขากระหายน้ำมาก)

(a) a water    (“Water”  เป็นนามนับไม่ได้)  (ไม่สามารถใช้กับ “A” ได้)          

(b) a drinking    (“Drinking”  เป็นนามนับไม่ได้)  (ไม่สามารถใช้กับ “A” ได้)    

(c) a drink    (เครื่องดื่ม)                       

(d) liquid food    (อาหารเหลว)

 

6. My brother _________________________________ money to buy a new car.

(พี่ชายของผม __________________________________ เงินเพื่อซื้อรถคันใหม่)

(a) rises    (ขึ้น)

(b) raises    (รวบรวมเงิน, ยก, ยกขึ้น, ชูขึ้น, เพิ่ม, เพาะปลูก)

(c) lends    (ให้ยืม)                                 

(d) loses    (ทำหาย, สูญเสีย, แพ้, ขาดทุน)

 

7. He got _____________________________ as a chef by working in a hotel kitchen.

(เขาได้รับ _____________ ในฐานะหัวหน้าพ่อครัว  โดยการทำงานในครัวของโรงแรม)

(a) employer    (นายจ้าง)                        

(b) ability    (ความสามารถ)

(c) experience    (ประสบการณ์)           

(d) reliability    (ความสามารถเชื่อถือได้-ไว้วางใจได้)

 

8. Because the company wants to promote its new products, it puts ___________ in a newspaper.

(เพราะว่าบริษัทต้องการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ใหม่ของตน  บริษัทจึงลง __________ ในหนังสือพิมพ์)

(a) an introduction    (การแนะนำ (ตัว), การแนะนำให้รู้จัก, การนำเข้า, การเผยแพร่) 

(b) a comment    (ข้อคิดเห็น, ความเห็น, ข้อสังเกต, คำวิจารณ์, คำอธิบาย)

(c) a speech    (สุนทรพจน์, การพูด, คำพูด, คำบรรยาย)      

(d) an advertisement    (การโฆษณา)

 

9. She ______________________________ a lot of time travelling abroad.

(เธอ ____________________________ เวลามากมายเดินทางไปต่างประเทศ)

(a) uses    (ใช้)                                       

(b) gets

(c) spends    (ใช้)                                  

(d) takes

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูการใช้  “Spend”, “Take”  และ  “Use”  จากประโยคข้างล่าง

                               ตัวอย่างที่ 

  • I ________________________ half a year making this instrument.

(ผม ___________________________________ เวลาครึ่งปีทำอุปกรณ์ชิ้นนี้)

(a) took

(b) used   (ใช้  -  เครื่องไม้เครื่องมือ)

(c) spent    (ใช้)

(d) paid    (จ่ายเงิน, ชำระเงิน)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Spend + Time + Verb + ing”ส่วน   “Take”ใช้ในโครงสร้างดังนี้   “It took me half a year to make this instrument.”(It takes (took) + (someone) + time + to + verb 1)   ดูการใช้  “Spend,  Use”  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • Where are you going to __________________________ your holidays?

(คุณกำลังจะไป ______________________________ ในวันหยุดของคุณที่ไหน)

(a) use

(b) take

(c) spend    (ใช้เวลา)

(d) have

ตอบ   -  ข้อ  (c)   เนื่องจาก  “Spend + เวลา, เงิน + (Verb + ing)”  หรือ  “Spend + เงิน+ on + Noun”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

            -   We spend a lot of time reading in the library each day.

(เราใช้เวลามากมายอ่านหนังสือในห้องสมุดทุกวัน)

           -   He spent most of his time in the office.

(เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในสำนักงาน)

           -   She woke early, meaning to spend all day writing.

(เธอตื่นแต่เช้าตรู่  ต้องการใช้เวลาตลอดทั้งวันในการเขียน – นิยาย, ตำรา, บทความ)

           -   What a way to spend a weekend!

(มันช่างเป็นวิธีการที่วิเศษอะไรเช่นนี้  ในการใช้เวลาในวันหยุดสัปดาห์)

           -   We found a hotel where we could spend the night.

(เราพบโรงแรมซึ่งเราสามารถพักค้างคืนได้)

           -   I’ve spent all my life in this town.

(ผมใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตในเมืองนี้)

           -   He spent a lot of effort organizing that trip.

(ผมใช้ความพยายามมากมายในการจัดการเดินทางครั้งนั้น)

           -   We always spend a lot of money on parties.

(เราใช้เงินมากมายเสมอกับงานเลี้ยง)

           -   Whenever I go there, I get the urge to spend.

(เมื่อใดก็ตามที่ผมไปที่นั่น  ผมมีแรงกระตุ้นให้ใช้จ่ายเงิน)

          -   The buildings need a lot of money spent on them.

(อาคารเหล่านี้ต้องการเงินมากมายเพื่อใช้จ่ายกับมัน  -  หมายถึงเพื่อการก่อสร้างหรือซ่อมแซม)

                                     สำหรับ  “Use”  เมื่อหมายถึง  “ใช้”   มีการใช้ในประโยคดังตัวอย่าง

  •  We use a knife to peel off the mangoes.

(เราใช้มีดปอกเปลือกมะม่วงเหล่านั้น)

  • He wants to use the phone.

(เขาต้องการใช้โทรศัพท์)

  • He walked over to a closet that he used for hanging up his clothes.

(เขาเดินไปที่ตู้ฝังเข้ากับข้างฝา ซึ่งเขาใช้แขวนเสื้อผ้า)

  • No violence was used.

(ไม่มีการใช้ความรุนแรง)

  • Can you actually use computers to diagnose illness?

(คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์ความเจ็บป่วยได้จริงๆไหม)

  • The new machine is easy to use.

(เครื่องจักรอันใหม่ใช้งานได้ง่าย)

  • Who has used all my shampoo?

(ใครใช้ยาสระผมของผมเสียจนหมด)

  • Before the Second World War we used a negligible amount of oil.

(ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เราใช้น้ำมันปริมาณน้อยมาก)

  • We have to use our initiative.

(เราจำเป็นต้องใช้ความคิดริเริ่ม)

  • He had got brains but would not use them.

(เขามีสมอง  แต่ไม่ยอมใช้มัน)

  • Efforts are being made to use these assets.

(กำลังมีความพยายามที่จะใช้ทรัพย์สิน-ของมีค่าเหล่านี้)

  • It was the perfume my wife had used.

(มันเป็นน้ำหอมที่ภรรยาของผมใช้)

  • A woman should be able to use her looks to her advantage.

(ผู้หญิงควรสามารถที่จะใช้รูปร่างหน้าตาของตนให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง)

                                    สำหรับ  “Take”  มีโครงสร้างการใช้ดังประโยคข้างล่าง

  • It took him over two years to write his thesis.

(เขาใช้เวลามากกว่า  ๒  ปีในการเขียนวิทยานิพนธ์)

  • It took me an hour to wait for my friends.

(ผมใช้เวลา  ๑  ชั่วโมงในการรอเพื่อน)

  • She took a long time to explain it to her colleagues.

(เธอใช้เวลานานในการอธิบายมันให้เพื่อนร่วมงานฟัง)

 

10. The fortune-teller ___________________________________ his future.

(หมอดู __________________________________________ อนาคตของเขา)

(a) forecasts     (ทำนาย, บอกล่วงหน้า)

(b) checks    (ตรวจสอบ)

(c) inspects    (ตรวจสอบอย่างละเอียด)   

(d) looks over    (พิจารณา, ทบทวน)

 

11. Before he took medicine, he had read _____________________ on the bottle.

(ก่อนเขากินยา  เขาได้อ่าน _______________________________ บนขวดก่อนแล้ว)

(a) the mark    (เครื่องหมาย, คะแนน, แต้ม, เป้า, เป้าหมาย)

(b) the notice    (หมายเหตุ, ข้อสังเกต, การเตือน, การสังเกต, ข้อความที่เตือน, ข่าวสาร)

(c) the signal    (สัญญาณ, เครื่องหมาย, เครื่องแสดง, สัญลักษณ์, ลาง, นิมิต, สัญญาณวิทยุ-คลื่น)                                                             

(d) the label    (ฉลาก, ป้าย, คำอธิบาย, เครื่องหมาย, คำนิยาม, สัญลักษณ์)

 

12. There is high ____________ in attending a university because there are a lot of applicants.

(มี ______________ สูงในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย  เพราะว่ามีผู้สมัครเข้าเรียนมากมาย)

(a) benefit    (ผลประโยชน์, ส่วนดี, เงินช่วยเหลือ, เงินสงเคราะห์, เงินเพิ่ม, สิทธิพิเศษ)

(b) competition    (การแข่งขัน)

(c) chance    (โอกาส)                             

(d) opportunity    (โอกาส)

 

13. Mr. Collins ______________________ many books and papers that described the misery on plantations.

(มิสเตอร์คอลลินส์ _______________________ หนังสือและรายงานจำนวนมาก  ซึ่งอธิบายถึงความทุกข์ยาก (ของผู้ทำงาน) ในฟาร์มเพาะปลูก-ไร่)

(a) write    (เขียน)                                  

(b) did

(c) published    (ตีพิมพ์, ออกหนังสือ, โฆษณา, ประกาศ, แถลง)

(d) made

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจตอบ  ข้อ  (a)   แต่ต้องแก้เป็น “Writes”  (ปัจจุบัน)  หรือ  “Wrote”  (อดีต)

 

14. The suspect tried to _______________ some drugs from Columbia into Thailand.

(ผู้ต้องหาพยายามที่จะ _________ ยาเสพติดจากประเทศโคลัมเบียเข้ามาในประเทศไทย)

(a) deliver    (ส่ง, นำส่ง, ปล่อย, มอบ, ส่งจดหมาย, ส่งต่อ, กล่าว (สุนทรพจน์), ช่วยคลอดลูก, คลอดลูก, ให้กำเนิด)                                

(b) transport    (ขนส่ง)

(c) produce    (ผลิต, สร้าง)                     

(d) smuggle    (ลักลอบนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย)

 

15. It costs twenty dollars in stores but the _________________ price is fifteen dollars.

(มันราคา  ๒๐  ดอลลาร์ (เมื่อขาย) ในร้าน  แต่ราคา ____________ คือ  ๑๕  ดอลลาร์)

(a) retail    (ขายปลีก, การขายปลีก)          

(b) wholesale    (ขายส่ง, การขายส่ง)

(c) vendor    (คนขายของ, พ่อค้าเร่)         

(d) half    (ครึ่งหนึ่ง, กึ่งหนึ่ง)

 

16. Thailand is located in the __________________________________ zone.

(ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขต _________________________________________ )

(a) chilly    (หนาว, หนาวสั่น, เยือกเย็น)   

(b) tropical    (เกี่ยวกับเขตร้อน, เหมาะสำหรับเขตร้อน)

(c) freezing    (เย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง)       

(d) earthquake    (แผ่นดินไหว)

 

17. To promote giving up cigarette smoking, the government made a big __________ in Bangkok.  

(เพื่อส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่  รัฐบาลได้ทำ _________________ อย่างมโหฬารในกรุงเทพ)

(a) announcement    (การประกาศ, การแถลง, การโฆษณา, การทำให้รู้)         

(b) demonstration    (การแสดงให้ดู, การสาธิต, การเดินขบวน)

(c) impression    (ความประทับใจ, สิ่งที่ประทับใจ, รอยประทับ, รอยกด, รอยพิมพ์)    

(d) campaign    (การรณรงค์, การปฏิบัติการทางทหาร, การแข่งขันหาเสียงเลือกตั้ง, รณรงค์, แข่งขัน)

 

18. The doctor could narrowly save her life after her attempted ____________________.

(หมอสามารถช่วยชีวิตของเธอได้อย่างหวุดหวิด  ภายหลังจากการพยายาม _______ ของเธอ)

(a) suicide    (ซู้-อิ-ไซด)  (การฆ่าตัวตาย, การฆ่าหรือทำลายตัวเอง, อัตวินิบาตกรรม, การทำลายผลประโยชน์หรืออนาคตของตัวเอง)

(b) pesticide    (เพส-ทะ-ไซด)  (การฆ่าแมลง, การปราบศัตรูพืช)

(c) homicide    (ฮ้อม-มะ-ไซด)  (การฆ่าคน, ฆาตกรรม)     

(d) herbicide    (เฮ้อร์-บะ-ไซด)  (การกำจัดวัชพืช, การฆ่าพืช)

(e) genocide    (เจ๊น-นะ-ไซด)  (การฆ่าทำลายล้างเผ่าพันธุ์, การฆ่าล้างเชื้อชาติ)

 

19. She is always ________________ whenever she sees anyone get a better chance.

(เธอ ___________________________ เสมอ  เมื่อใดก็ตามที่เธอเห็นผู้ใดมีโอกาสดีกว่า)

(a) pretty    (สวยงาม, งดงาม, สละสลวย, น่ารัก, น่าเอ็นดู, มาก, มากมาย, ทีเดียว)        

(b) intelligent    (ฉลาด, มีสติปัญญา, มีไหวพริบดี)

(c) jealous    (เจ๊ล-เลิส)  (อิจฉา, ริษยา, ขี้หึง, หึงหวง)      

(d) curious    (อยากรู้อยากเห็น, หายาก, แปลก, ผิดธรรมดา)

 

20. A (An) _________________ is a person who serves passengers on a plane.

(______________________ คือบุคคลผู้ซึ่งรับใช้-บริการผู้โดยสารบนเครื่องบิน)

(a) waiter    (ผู้รับใช้ชาย, ผู้ปรนนิบัติชาย, พนักงานเสิร์ฟชาย, ผู้คอย)     

(b) waitress    (พนักงานหญิงรับใช้, พนักงานเสิร์ฟหญิง)

(c) steward    (สทู้-เอิด)  (เจ้าหน้าที่บริการบนเครื่องบิน เรือโดยสาร หรือรถไฟ, เจ้าหน้าที่จัดการอาหารของโรงแรม  โรงพยาบาล หรืออื่นๆ, มหาดเล็ก, พ่อบ้าน)     

(d) operator    (พนักงานรับโทรศัพท์, ผู้คุมเครื่องจักร, ผู้ปฏิบัติการ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้