การเขียน (WRITING) (ตอนที่ 8)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

                           ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการเขียน  (Writing)  เรื่องต่างๆ รวมทั้งคำแปล  (Translation)  ผู้ศึกษาสามารถดูโครงสร้าง  (Structure)  ของประโยค  โดยดูคำแปลประกอบไปด้วย  พร้อมทั้งศึกษาไวยากรณ์  (Grammar)  จากหมวดข้อสอบ  (TOEIC)  และศึกษาคำศัพท์  (Vocabulary)  จากหมวดข้อสอบ  (TOEFL)  จะช่วยให้ทักษะด้านการเขียนของผู้ศึกษา  พัฒนาไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

                                                            Should we feed monkeys?

                      Have you ever wondered why some national parks put up signs that prohibit visitors from feeding wild monkeys?

                     The reason is the practice disrupts the monkeys’ natural behavior.  Instead of finding their own food, the animals prefer to hang around on the roadside and beg from passing cars.  As a result, many monkeys have been killed.  Finally, when the monkeys do not care to climb trees and shake down fruit, it hurts the ecology.  Without the monkeys’ help, deer and other animals do not get to eat the delicious fruit.

(คำแปล)                                               เราควรให้อาหารลิงหรือไม่

                        คุณเคยสงสัยไหมว่า  ทำไมวนอุทยานแห่งชาติบางแห่งจึงติดป้ายซึ่งห้ามผู้มาเยือนมิให้ให้อาหารแก่ลิงป่า

                     เหตุผลคือว่า  การทำเช่นนั้น  (ให้อาหารลิง)  รบกวน (ทำให้สับสน)  พฤติกรรมธรรมชาติของลิง  คือ  แทนที่จะหาอาหารของตนเอง  สัตว์ (ลิง) ชอบที่จะตระเวนอยู่ตามข้างถนนมากกว่า  และขออาหารจากรถยนต์ที่ผ่านไปมา  ผลที่ตามมา  คือ  ลิงจำนวนมากถูกฆ่าตาย (รถชนตาย), ในที่สุด  เมื่อลิงไม่สนใจจะปีนไต่ต้นไม้และเขย่าผลไม้ให้ร่วงลงมา  มันทำให้นิเวศวิทยาเสียหาย  ทั้งนี้  เมื่อปราศจากความช่วยเหลือของลิง  กวางและสัตว์อื่นๆ ก็จะไม่ได้กินผลไม้ที่อร่อย

 

                                                                Silence

                      Most people throughout the world experience some form of silence.  However, people’s attitude toward silence is dramatically different in different cultural groups.  Northern European and North American societies, for example, view silence as dark, negative, and full of ‘nothing’ – all of which are considered socially undesirable.  In other cultures such as Japan, however, silence is often positively valued.  Here, breaking silence is a necessary evil; speaking is a negative act.

(คำแปล)                                                ความเงียบ

                      คนส่วนใหญ่ทั่วโลกมีประสบการณ์กับความเงียบในบางรูปแบบ  อย่างไรก็ตาม  ทัศนคติของผู้คนต่อความเงียบนั้นแตกต่างกันอย่างมากมายในกลุ่มวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน  โดยสังคมยุโรปทางตอนเหนือและอเมริกาเหนือ,  เป็นตัวอย่าง,  มองความเงียบว่าเป็นความมืด, เชิงลบ, และเต็มไปด้วย “ไม่มีอะไรเลย”  ซึ่งสิ่งทั้งหมดนี้ถูกถือว่าไม่น่าปรารถนาทางสังคม  อย่างไรก็ตาม  ในวัฒนธรรมอื่น  เช่น  ญี่ปุ่น  ความเงียบบ่อยครั้งถูกให้คุณค่าในด้านบวก  ที่นี่  การทำลายความเงียบเป็นความชั่วร้ายที่จำเป็น  ส่วนการพูดเป็นการกระทำในเชิงลบ

                     According to Dr. Steve Nelson’s (of Columbia University) study, the U.S. interpretations of silence are sorrow, criticism, obligation, regret, and embarrassment.  Australian interpretations proved to be similar to the U.S. ones.  However, the Japanese attitude toward silence is favorable.  Ishikawa’s survey on businessmen and businesswomen in Tokyo revealed that men need to be silent to be successful in life and that 65 percent of businesswomen would choose a silent man to marry.

(คำแปล)

                    จากการศึกษาของ ดร. สตีฟ เนลสัน (มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย)  การแปลความหมายความเงียบของสหรัฐฯ  คือ  ความเศร้าโศก, การวิจารณ์, ภาระหน้าที่, ความเสียใจ, และความกระดากอาย   ส่วนการแปลความหมาย (ความเงียบ) ของออสเตรเลียพิสูจน์แล้วว่าคล้ายกับของอเมริกัน  อย่างไรก็ตาม  ทัศนคติของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อความเงียบเป็นไปในทางที่ดี (เอื้ออำนวย)  ทั้งนี้  การสำรวจของอิชิกาว่า  ที่กระทำต่อนักธุรกิจชายหญิงในโตเกียวเปิดเผยว่า  ผู้ชายจำเป็นต้องเงียบเพื่อความสำเร็จในชีวิต  และ  ๖๕  เปอร์เซ็นต์ของนักธุรกิจหญิง  จะเลือกผู้ชายที่เงียบเพื่อแต่งงานด้วย

                       Not only in business, but in every aspect of social life, people in the United States like to ask questions and force others to talk to fill interpersonal silences.  So in U.S. society and in many European societies, one function of speech is to avoid silence.  Contrary to the U.S. practice, in Japanese society, silence is generally considered to be meaningful.  

(คำแปล)

                       ไม่เพียงแต่ในธุรกิจเท่านั้น  แต่ในทุกๆ แง่มุมของชีวิตทางสังคมด้วยเช่นกัน  ผู้คนในสหรัฐฯ  ชอบถามคำถามและบังคับให้คนอื่นสนทนาเพื่อเติมเต็มความเงียบระหว่างบุคคล  ดังนั้น  ในสังคมอเมริกัน,  และสังคมยุโรปจำนวนมาก  หน้าที่อย่างหนึ่งของการพูดคือเพื่อหลีกเลี่ยงความเงียบ  ซึ่งตรงกันข้ามกับการปฏิบัติในสหรัฐฯ,  ในสังคมญี่ปุ่น  ความเงียบโดยทั่วไปแล้วถูกถือว่ามีความหมาย

 

                                                                   Water resources

                      Our demand for water is constantly increasing.  Every year, there are more people in the world.  Factories turn out more and more products, and need more and more water.  We live in a world of water.  But almost all of it – about 97 percent – is in the oceans.  This water is too salty to be used for drinking, farming, and manufacturing.  Only about 3 percent of the world’s water is fresh (unsalty).  Most of this water is not easily available to man because it is locked in glaciers and icecaps.  By 2025, the world demand for fresh water will be twice what is was in 1995.  But there will still be enough to meet man’s needs.

(คำแปล)                                                        ทรัพยากรน้ำ

                      ความต้องการน้ำของเรากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  โดยทุกปี  มีผู้คนเพิ่มมากขึ้นในโลก  โรงงานผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  และต้องการน้ำเพิ่มขึ้น  ทั้งนี้  เราอาศัยอยู่ในโลกของน้ำ  แต่น้ำเกือบทั้งหมด  -  ประมาณ ๙๗ เปอร์เซ็นต์  -  อยู่ในมหาสมุทร  น้ำนี้เค็มเกินไปที่จะใช้สำหรับดื่ม, ทำไร่ทำนา, และผลิตสินค้า  มีน้ำเพียงประมาณ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด (ไม่เค็ม)  น้ำเหล่านี้มิได้หามาได้ง่ายๆ โดยมนุษย์  เพราะว่ามันถูกกักเก็บไว้ในธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ง  โดยราวๆ ปี ๒๐๒๕  ความต้องการน้ำจืดของโลกจะเป็นสองเท่าของในปี  ๑๙๙๕   แต่ก็จะยังคงมีน้ำเพียงพอที่จะสนองความต้องการของมนุษย์

                       There is as much water on earth today as there ever was – or ever will be.  Almost every drop of water we use finds its way to the oceans.  There, it is evaporated by the sun.  It then falls back to the earth as rain.  Water is used and reused over and over again.  It is never used up.

(คำแปล)

                       มีน้ำอยู่บนโลกในปัจจุบันมากพอๆ กับที่เคยเป็นมา (ในอดีต) หรือในอนาคต  โดยน้ำเกือบทุกหยดที่เราใช้จะหาทางไปสู่มหาสมุทร  ที่นั่น  มันถูกทำให้ระเหยไปโดยดวงอาทิตย์  และต่อมามันจะตกลงสู่โลกเป็นฝน  น้ำจะถูกใช้และใช้ซ้ำแบบซ้ำแล้วซ้ำอีก  มันไม่เคยถูกใช้หมดไป

                    Although the world as a whole has plenty of fresh water, some regions have a water shortage.  Rain does not fall evenly over the earth.  Some regions are always too dry, and others too wet.  In addition, a region that usually gets enough rain may suddenly have a serious dry spell.  Meanwhile, another region may be flooded with too much rain.

(คำแปล)

                     แม้ว่าโลกในภาพรวม  มีน้ำจืดมากมาย  (แต่) บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ  ทั้งนี้  ฝนมิได้ตกเสมอภาคกันบนพื้นโลก  โดยบางภูมิภาคแห้งแล้งเกินไปอยู่เสมอ  และบางภูมิภาคมีฝนตกมากเกินไป  นอกจากนั้น  ภูมิภาคหนึ่งซึ่งปกติแล้วได้รับฝนเพียงพอ  อาจจะมีระยะแห้งแล้งอย่างรุนแรงในทันทีทันใด  ซึ่งในระหว่างนั้น  อีกภูมิภาคหนึ่งอาจจะท่วมท้นไปด้วยฝนที่มากเกินไป                   

                      Some regions have a water shortage because the people have managed their supply poorly.  People settle where water is plentiful – near lakes and rivers.  Cities grow, and factories spring up.  The cities and factories dump their wastes into the lakes and rivers, turning them into sewers.  Then the people look for new sources of water.  Shortages also occur because some cities do not make full use of their supply.  They have plenty of water, but they do not have enough storage tanks and distribution pipes to meet the people’s needs. 

(คำแปล)

                       บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ  เพราะว่าผู้คนบริหารน้ำของตนได้ไม่ดี  หรือผู้คนตั้งถิ่นฐานในที่ที่มีน้ำมาก  คือใกล้ทะเลสาบและแม่น้ำ  ส่วนเมืองก็โตขึ้น  และโรงงานก็ผุดขึ้นมา  แล้วเมืองและโรงงานทิ้งของเสียลงไปในทะเลสาบและแม่น้ำ  ทำให้มันกลายเป็นทางระบายน้ำเสีย (ของเสีย)  ต่อจากนั้น  ผู้คนก็จะมองหาแหล่งน้ำใหม่  (นอกจากนั้น)  ความขาดแคลน (น้ำ)  ยังเกิดขึ้นด้วย  เพราะว่าเมืองบางเมืองมิได้ใช้ประโยชน์น้ำของตนอย่างเต็มที่  พวกเขามีน้ำมาก  แต่พวกเขาไม่มีถังเก็บน้ำและท่อจ่ายน้ำอย่างเพียงพอที่จะสนองความต้องการของประชาชนได้ 

 

                                                                                      Fat

                     Fat has expanded beyond a simple body energy source to become the developed world’s obsession.  And as more fast food finds its way into Asia, fat consumption is on the increase.  With it comes a potential for serious health risks. 

(คำแปล)                                                                      ไขมัน

                    ไขมันได้เพิ่มมากขึ้นเกินไปกว่าแหล่งพลังงานของร่างกายธรรมดาๆ  จนกลายเป็นสิ่งที่ครอบงำจิตใจ (ความทุกข์ใจ) ของโลกที่พัฒนาแล้ว  และเมื่ออาหารจานด่วนปริมาณมากขึ้นได้เข้ามาสู่ทวีปเอเซีย  การบริโภคไขมันก็เพิ่มมากขึ้น  (และ)  ด้วยมัน (การบริโภคไขมันเพิ่มขึ้น), ความเป็นไปได้สำหรับอันตรายของสุขภาพที่รุนแรงก็ปรากฏขึ้น

                      Nobody disputes that too much fat is unhealthy.  But since there are several different types of fats, some fats are essential for our health.  Fats insulate the body from cold and protect our bones against fractures from falls.  They also cushion and support organs, and assist in the absorption of vitamins A, D, and K.

(คำแปล)

                     ไม่มีใครเถียงว่า  ไขมันมากเกินไปไม่ดีกับสุขภาพ  แต่เนื่องจากมีไขมันชนิดต่างๆ จำนวนมาก  ไขมันบางชนิดมีความจำเป็นสำหรับสุขภาพของเรา  ไขมัน (เป็นฉนวน) ป้องกันร่างกายจากความเย็น  และคุ้มครองกระดูกของเราจากการแตกหักเมื่อหกล้ม  มันยังช่วยลดการกระแทกและค้ำ จุนอวัยวะ  และช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ, ดี, และเค

                      Then why are we urged to limit our fat intake?  Some researchers have discovered that obese people have a much higher rate of bile acid turnover – the acid secreted by the liver that is responsible for fat digestion.  In the obese, fat is digested quickly and efficiently, so the feeling of fullness after a meal lasts only a short time.  Scientists are now working on a drug that would help the obese by making their bodies absorb fat less quickly.

(คำแปล)

                       ถ้างั้นแล้ว  ทำไมเราจึงถูกกระตุ้นให้จำกัดการรับประทานไขมัน  ทั้งนี้  นักวิจัยบางคนได้ค้นพบว่า  คนอ้วนพุงพลุ้ยจะมีอัตราการเปลี่ยนเป็นกรดน้ำดี (กรดที่ถูกขับออกมาโดยตับซึ่งทำหน้าที่ย่อยไขมัน) สูงกว่าอย่างมาก  โดยในคนอ้วนพุงพลุ้ย  ไขมันจะถูกย่อยอย่างรวดเร็วและมีประ สิทธิภาพ  ดังนั้น  ความรู้สึกอิ่มหลังอาหารจะมีเพียงชั่วเวลาสั้นๆ เท่านั้น  นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกำลังทำการศึกษาเรื่องยา  ซึ่งจะช่วยคนอ้วนมาก  โดยการทำให้ร่างกายของพวกเขาดูดซึมไขมันให้เร็วน้อยลง  (เพื่อจะได้รู้สึกอิ่มอาหารเป็นเวลานานขึ้น  และกินมื้อถัดไปช้าออกไป  ซึ่งช่วยลดความอ้วน)

 

                                                                        Boomerangs

                     Deceptively simple in design, the Australian boomerang looks more like a toy than a lethal Aboriginal hunting weapon.  But this thin, curved piece of hardwood is more than a throwing stick; it is artfully shaped to exploit the aerodynamic lift on its arms as it whirls through the air toward a distant target.

(คำแปล)                                                           บูมเมอแรง

                    แม้ว่าจะดูเรียบง่ายแบบหลอกตาในด้านการออกแบบ (รูปแบบ),  บูมเมอแรงของออสเตรเลียมีลักษณะเหมือนของเล่น  มากกว่าเป็นอาวุธสำหรับล่าสัตว์ที่มีอันตรายถึงตายของชนเผ่าอะบอริจิน  แต่ชิ้นของไม้เนื้อแข็งที่ผอมบางและโค้งนี้ (หมายถึง  บูมเมอแรง)  เป็นอะไรที่มากไปกว่าไม้สำหรับขว้าง  มันถูกทำให้มีรูปร่างอย่างชำนาญ  เพื่อจะใช้ประโยชน์การลอยตัวแบบลู่ลมบนแขนของมัน (บูมเมอแรง)  ในขณะที่มันเหินไปในอากาศ  ไปสู่เป้าหมายที่ห่างไกลออกไป

                       While boomerangs have been found worldwide, the earliest specimens date back 10,000 years to Australia, where the best and most elaborate boomerangs are still made.  Boomerangs have played an important role in Australian Aboriginal culture and have commonly appeared in Aboriginal myth and art.

(คำแปล)

                        ในขณะที่บูมเมอแรงถูกพบทั่วโลก  ตัวอย่างแรกสุดย้อนเวลากลับไป  ๑๐,๐๐๐  ปี  ยังประเทศออสเตรเลีย  ที่ซึ่งบูมเมอแรงที่ดีและประณีตที่สุดยังคงถูกสร้างอยู่ (ในปัจจุบัน)  โดยบูมเมอแรงมีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมของชาวอะบอริจินของออสเตรเลีย  และได้ปรากฏอยู่โดยทั่วไปในนิ ทานปรำปราและศิลปะของชาวอะบอริจิน

                      Boomerangs come in two types: the non-returning kind, which either strikes its prey or drops to the ground, and the returning kind, which circles back to the thrower and is primarily for sport and amusement.

                      A game of skill, boomerang-throwing has developed into a competitive sport in Australia, and today national and state championships are held annually.

(คำแปล)

                     บูมเมอแรงปรากฏเป็น    ชนิด  คือ  ชนิดที่ไม่หมุนกลับมา  ซึ่งหากไม่ปะทะเหยื่อของมัน  ก็จะหล่นลงสู่พื้น (อย่างใดอย่างหนึ่ง),  และชนิดที่หมุนกลับมา  ซึ่งหมุนกลับมายังผู้ขว้าง  และมีไว้เพื่อกีฬาและความสนุกสนานเป็นสำคัญ

                     เป็นเกมของทักษะ (ความชำนาญ),  การขว้างบูมเมอแรงได้พัฒนาขึ้นเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันในออสเตรเลีย  และในปัจจุบัน  การแข่งขันชิงแชมป์ระดับชาติและระดับรัฐ  ได้ถูกจัดขึ้นเป็นประจำปี

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป