การเขียน (WRITING) (ตอนที่ 2)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

                      ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการเขียน  (Writing)  เรื่องต่างๆ รวมทั้งคำแปล  (Translation)  ผู้ศึกษาสามารถดูโครงสร้าง  (Structure)  ของประโยค  โดยดูคำแปลประกอบไปด้วย  พร้อมทั้งศึกษาไวยากรณ์  (Grammar)  จากหมวดข้อสอบ  (TOEIC)  และศึกษาคำศัพท์  (Vocabulary)  จากหมวดข้อสอบ  (TOEFL)  จะช่วยให้ทักษะด้านการเขียนของผู้ศึกษา  พัฒนาไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น  

 

Telegrams

                         There are times in the business world when speed is essential – when a normal business letter will not reach the recipient quickly enough.  Face-to-face meetings are often impossible to arrange because of problems of time or distance.  Possibly, the other party cannot be reached by telephone.  And quite often, it is desirable or advisable to have a written record of a communication, which would not be provided by either a meeting or a telephone conversation.

(คำแปล)                                                                                                                                                                                                                                                       โทรเลข

                        มีช่วงเวลาในโลกธุรกิจเมื่อความเร็วเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด – เมื่อจดหมายธุรกิจธรรมดาจะไม่ไปถึงผู้รับได้เร็วพอ การพบกันแบบเห็นหน้ามีบ่อยครั้งที่ไม่สามารถจัดให้ได้  เนื่องมาจากปัญหาเรื่องเวลาและระยะทาง  และก็เป็นไปได้ด้วยที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์  และบ่อยทีเดียว  มันเป็นที่ปรารถนาและเป็นการสมควรที่จะมีบันทึกแบบเป็นลายลักษณ์อักษรของการติดต่อสื่อสาร, ซึ่งมิสามารถจัดหาให้ได้  ไม่ว่าจะเป็นโดยการประชุม  หรือการสนทนาทางโทรศัพท์

               At such times, people in business use telegraphic message.  This type of commercial correspondence has four main advantages: (1) It is one of the fastest methods of communication. (2) It offers a written record of a transaction. (3) Telegrams and telex messages attract attention. (4) A telegraphic message carries a sense of urgency with it, and people tend to respond quickly to such messages.

(คำแปล)  

                       ณ เวลาดังกล่าว  ผู้คนในธุรกิจใช้ข่าวสาร (ถ้อยคำ) ทางโทรเลข  (โดย) การติดต่อกันในเชิงพาณิชย์ประเภทนี้  มีข้อได้เปรียบสำคัญ ประการ  คือ (๑) มันเป็นวิธีการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วที่สุดแบบหนึ่ง (๒) มันให้บันทึกแบบเป็นลายลักษณ์อักษรของการทำธุรกรรม (๓) โทรเลขและข่าวสารจากการส่งโทรเลขโดยผู้ใช้โดยตรง (เทลเลคซ) ดึงดูดความสนใจ (ของผู้คน) (๔) ข่าวสาร (ข้อความ) ทางโทรเลขนำพาความรู้สึกด้านความเร่งด่วนมาพร้อมกับมัน, และผู้คน (ผู้รับสาร) มีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อข่าวสารดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

 

Race to the South Pole

                     In 1909, an Englishman, Robert Scott, went on an expedition to the South Pole.  Scott and his companions didn’t survive the return journey.  This written note was found beside his body.

16 or 17 March

                   Things are getting worse.  Two days ago, at noon, poor James Simon said he couldn’t continue because of his leg.  He asked us to leave him in his sleeping bag.  We could not do that.  We completed our afternoon march.  At night he was worse, and we knew that the end was near.  Simon’s last thoughts were of his mother.  We hoped we didn’t have to leave him before the end.  There was a wild snowstorm.  He said ‘I am just going outside for a while.’  He went out into the snowstorm, and we have not seen him since.  We knew that poor Simon was walking away to die.  It was an act of a brave man.  We all hope to meet the end with this kind of courage – and surely death is not far away.  We talk all the time of completing the trip.  But I don’t think any of us believes it in his heart.    

(คำแปล)                                                                                                                                                                                                                                            การแข่งขันไปสู่ขั้วโลกใต้    

                    ในปี ๑๙๐๙ ชาวอังกฤษผู้หนึ่ง ชื่อโรเบิร์ต สก็อต  เดินทางไปสำรวจขั้วโลกใต้  (โดย) สก็อตและเพื่อนร่วมเดินทางของเขามิได้รอดชีวิตในการเดินทางเที่ยวกลับ  กระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือข้างล่างนี้ถูกพบอยู่ข้างศพของเขา

๑๖ หรือ ๑๗  มีนาคม

                     สิ่งต่างๆ กำลังเลวร้ายยิ่งขึ้น,  สองวันที่แล้ว  ตอนเที่ยง  เจมส์ ไซมอน ผู้น่าสงสาร  กล่าวว่าเขาไม่สามารถไปต่อไปได้  เนื่องมาจากขา (ข้างหนึ่งที่เจ็บ) ของเขา  เขาขอให้เราทิ้งเขาไว้ในถุงนอน  (แต่) เราไม่สามารถทำเช่นนั้นได้  เราเดินทางตอนบ่ายได้แล้วเสร็จ  ในตอนกลางคืนอาการของไซมอนแย่ลงอีก  และเรารู้ว่าการสิ้นสุด (ความตาย) ได้ใกล้เข้ามาแล้ว  (ทั้งนี้) ความคิดครั้งสุดท้ายของไซมอนคือแม่ของเขา (เขาคิดถึงแม่)  เราหวังว่า  เราจะไม่จำเป็นต้องทิ้งเขาไว้ก่อนการสิ้นสุด (หมายถึง ความตายของทุกคนในคณะฯ)  มีพายุหิมะอย่างรุนแรง  ไซมอนพูดว่า  “ผมจะออกไปข้างนอกสักประเดี๋ยว”  แล้วเขาก็ออกไปท่ามกลางพายุหิมะ  และเราก็ไม่ได้เห็นเขาอีกเลยตั้งแต่บัดนั้น  เรารู้ว่าไซมอนผู้น่าสงสารกำลังเดินออกไปตาย  มันเป็นการกระทำของบุคคลผู้กล้าหาญ  (เขาตั้งใจหนีไปตายตามลำพัง  เพื่อมิต้องเป็นตัวถ่วงให้คณะต้องแบกตัวเขาร่วมทางไปด้วย)  พวกเราทุกคนหวังว่าจะพบความตายด้วยความกล้าหาญแบบนี้บ้าง  -  และแน่นอน  ความตายอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก  (โดย) เราพูดคุยกันตลอดเวลาเรื่องต้องเดินทาง (กลับบ้าน) ให้แล้วเสร็จ (สำเร็จ) แต่ผมไม่คิดว่ามีพวกเราคนใด (ในคณะฯ) จะเชื่อในหัวใจว่าจะทำได้สำเร็จ  (เพราะในที่สุดทุกคนในคณะเดินทางสำรวจก็เสียชีวิต เนื่องจากความหนาวและขาดอาหาร)

 

Unicorns

                         Unicorns were thought to be so fast and so smart that it was nearly impossible to catch one alive.  But medieval manuscripts describe two ways to do it – both by deception. 

(คำแปล)                                                                    ยูนิคอร์น

                     ยูนิคอร์น (สัตว์ในเทพนิยาย  มีลักษณะเหมือนม้า  แต่มีเขาเดียวที่กลางหน้าผาก)  ถูกคิดว่ามีความรวดเร็วมากและฉลาดมาก  จนกระทั่งมันเกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะจับตัวมันแบบเป็นๆ (มีชีวิต) แต่หนังสือต้นฉบับยุคกลางพรรณนา วิธีที่จะทำมัน (จับเป็นยูนิคอร์น)  -  ทั้งคู่โดยการหลอกลวง

                     The first method required a great deal of courage.  Hunters were advised to chase and annoy the unicorn until it was angry enough to attack.  Then the hunter had to stand boldly in front of a tree as the animal charged directly at him.  Just at the last minute, the hunter would leap aside.  The unicorn’s horn would go into the tree instead of the hunter, and the animal would be stuck on the spot.

(คำแปล)

                    วิธีแรกต้องการความกล้าหาญอย่างมาก  นักล่า (นายพราน) ได้รับการแนะนำให้ไล่ยูนิคอร์นและทำให้มันรำคาญ  จนกระทั่งมันโกรธพอที่จะเข้าจู่โจม-ทำร้าย  ต่อจากนั้นนักล่าจะต้องยืนอย่างกล้าหาญอยู่ข้างหน้าต้นไม้ในขณะที่ยูนิคอร์นพุ่งตรงไปที่ตัวเขา  และในนาทีสุดท้าย (เมื่อยูนิคอร์นใกล้ตัวนักล่าเข้ามา) นักล่าจะต้องกระโดดหลบไปข้างๆ  เขาของยูนิคอร์นก็จะพุ่งเข้าเสียบต้นไม้แทน (ที่จะเสียบ) นักล่า  และเจ้าสัตว์ตัวนี้ก็จะติดอยู่ตรงนั้น (ต้นไม้)

                      Although unicorns could be dangerously fierce, especially when hunted, they were believed to be gentle with young girls.  So another way to catch the animal was to use a beautiful maiden as bait.  The maiden would sit in a clearing, and the hunters would hide nearby.  The unicorn would approach the maiden without fear and allow itself to be patted.  If nothing startled it, the animal would even lie down, put its head on the maiden’s lap, and go to sleep.  Then it was time to spring the trap and capture the unsuspecting creature. 

(คำแปล)                                                     

                   แม้ว่ายูนิคอร์นจะดุร้ายอย่างมีอันตราย  โดยเฉพาะเมื่อมันถูกล่า  มันกลับถูกเชื่อว่ามีความอ่อนโยน-นุ่มนวลมากกับเด็กสาว  ดังนั้นอีกวิธีหนึ่งที่จะจับมัน  คือใช้หญิงสาวสวยเป็นเหยื่อล่อ  โดยหญิงสาวจะนั่งอยู่ในที่โล่ง  และนักล่าก็จะซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ  ยูนิคอร์นจะเข้าประชิดตัวหญิงสาวโดยไม่หวาดกลัว  และยอมให้ตัวมันถูก (หญิงสาว) ตบเบาๆ ด้วยฝ่ามือ (ทั้งนี้) ถ้าไม่มีอะไรทำให้มันสะดุ้งตกใจ  เจ้าสัตว์ตัวนี้อาจจะถึงกับนอนลง, วางหัวของมันลงบนตักของหญิงสาว, และหลับไป  ต่อจากนั้นก็ถึงเวลาทำให้กับดักกระเด้งขึ้นมา  และจับตัวยูนิคอร์นซึ่งมิได้มีความระแวงสงสัยเลย (เนื่องจากตายใจไม่คิดว่าจะถูกจับตัว)

 

How one learned to become a writer

                         Alice Walker makes her living by writing, and her poems, short stories, and novels have won many awards for her.  She is an African American and was born in Eaton, Georgia in 1944.  She went to public schools there, and then to Spelman College in Atlanta before coming to New York to attend Sarah Lawrence College, from which she graduated in 1966.  For some time she lived in Jackson, Mississippi with her lawyer husband and small daughter.  Besides studying American and English literature in colleges, she also studied a great deal about the works of famous American and English writers and poets.  Her most popular novel, the Color Purple (1982) won a Pulitzer Prize in 1983 and was made into a film by Steven Spielberg in 1985.  Most of her books have inspired black American women to try to do their best and whatever they can to overcome poverty and difficulties in their life, and never to give in until they achieve their established goals.

(คำแปล)                                      คนเราเรียนรู้ที่จะเป็นนักเขียนได้อย่างไร

                        อลิซ วอล์คเกอร์ หาเลี้ยงชีพโดยการเขียน  และบทกวี, เรื่องสั้น, และนิยายของเธอ  ได้นำรางวัลมากมายมาให้เธอ เธอเป็นชาวอเมริกันผิวดำ และเกิดในเมืองอีตัน รัฐจอร์เจีย เธอเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมของรัฐที่นั่น และต่อจากนั้นก็เข้าเรียนที่วิทยาลัยสเปลแมน ที่เมืองแอตแลนตา (รัฐจอร์เจีย) ก่อนมาที่รัฐนิวยอร์กเพื่อเข้าเรียนในวิทยาลัยซาราห์ ลอว์เรนซ์ ที่ซึ่งเธอจบการศึกษาในปี ๑๙๖๖  (โดย) ในช่วงเวลาหนึ่ง เธออาศัยในเมืองแจ็คสัน รัฐมิสซิสซิปปี กับสามีทนายความและลูกสาวเล็กๆ คนหนึ่ง  นอกจากศึกษาวรรณคดีอเมริกันและอังกฤษในวิทยาลัยแล้ว เธอยังศึกษามากมายเกี่ยวกับผลงานของนักเขียนและกวีอเมริกันและอังกฤษผู้มีชื่อเสียง  นิยายซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดของเธอ  ชื่อ  “สีม่วง”  (๑๙๘๒) ได้รับรางวัลพูลิตเซอรในปี  ๑๙๘๓  และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โดยสตีเวน สปีลเบิร์ก ในปี ๑๙๘๕ หนังสือส่วนใหญ่ของเธอได้ให้แรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงอเมริกันผิวดำให้พยายามทำดีที่สุด และ (ทำ) สิ่งใดก็ตามที่สามารถทำได้  เพื่อเอาชนะความยากจนและความยากลำบากทั้งปวงในชีวิตของตน, และ (พยายามที่จะ) ไม่ยอมจำนน  จนกระทั่งพวกตนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

Women of North American colonies

                       The status of women in colonial North America has been well studied and described and can be briefly summarized.  Throughout the colonial period, there was a marked shortage of women, which varied with the regions and was always greatest in the frontier areas.  This favorable ratio enhanced women’s status and position and allowed them to pursue different careers.  The Puritans, the religious sect that dominated the early British colonies in North America, regarded idleness as a sin, and believed that life in an underdeveloped country made it absolutely necessary that each member of the community should perform an economic function.  Thus work for women, married or single, was not only approved, it was regarded as a civic duty.  Puritan town councils expected widows and unattached women to be self-supporting and for a long time provided needy splinters with parcels of land.  There was no social sanction against married women working; on the contrary, wives were expected to help their husbands in their trade and won social approval for doing extra work in or out of the home.  Needy children, girls as well as boys, were indentured or apprenticed and were expected to work for their keep.

(คำแปล)                                      สตรีของอาณานิคมในทวีปอเมริกาเหนือ

                         สถานภาพของสตรีในทวีปอเมริกาเหนือที่เป็นอาณานิคม ได้ถูกศึกษาและพรรณนาอย่างดี  และสามารถสรุปได้อย่างสั้นๆ  ทั้งนี้  ตลอดช่วงเวลาที่เป็นอาณานิคม  มีการขาดแคลนสตรีอย่างน่าสังเกต (เด่นชัด)  ซึ่งแตกต่างกันไปตามภูมิภาค  และ (ขาดแคลน) มากที่สุดเสมอในพื้นที่ชายแดน  โดยอัตราส่วน (การขาดแคลนสตรี) ที่เอื้ออำนวยนี้ ช่วยเพิ่มสถานภาพและฐานะทางสังคมของสตรี และทำให้พวกเธอสามารถประกอบอาชีพที่แตกต่างกันไปได้  ทั้งนี้  ชาวพิวริแทน (คนโปรแตสแตนต์ที่เคร่งศาสนา) ซึ่งเป็นนิกายทางศาสนาที่ครอบงำอาณานิคมของอังกฤษยุคแรกๆ ในทวีปอเมริกาเหนือ  ถือว่าความเกียจคร้านเป็นบาป  และเชื่อว่าชีวิตในประเทศด้อยพัฒนาทำให้มันมีความจำเป็นอย่างยิ่ง  ธที่ว่า  สมาชิกแต่ละคนของชุมชนควรทำหน้าที่ทางเศรษฐกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง  ดังนั้น  งานของสตรี,  ไม่ว่าแต่งงานหรือโสด,  ไม่เพียงแต่ได้รับความเห็นชอบ  (แต่) มันเป็นหน้าที่พลเมืองด้วย  โดยสภาเมืองของชาวพิวริแทนคาดหวังให้แม่ม่ายและสตรีอิสระ (ไม่ได้แต่งงานหรือหมั้นกับชายใด) สามารถช่วยเหลือตนเองได้  และเป็นเวลานานทีเดียว (สภาฯ) ให้ที่ดินทำกินแก่หญิงอายุมากที่ไม่แต่งงานและมีฐานะยากจน  ทั้งนี้  ไม่มีมาตรการ (บท) ลงโทษทางสังคมแก่สตรีที่แต่งงานและทำงาน  ในทางตรงกันข้าม  ภรรยาถูกคาดหวังให้ช่วยเหลือสามีของตนในการค้าขาย  และได้รับความเห็นชอบทางสังคมให้ทำงานพิเศษในหรือนอกบ้านได้  โดยพวกเด็กๆที่ยากจน,  ไม่ว่าหญิงหรือชาย, ถูกผูกมัดโดยสัญญา หรือได้รับการฝึกงาน  และถูกคาดหวังให้ทำงานเพื่อ (แลกกับ) เงินที่ได้รับการช่วยเหลือ   

                       The vast majority of women worked within their homes, where their labor produced most articles needed for the family.  The entire colonial production of clothing and partially that of shoes was in the hands of women.  In addition to these occupations, women were found in many different kinds of employment.  They were butchers, silversmiths, gunsmiths, and upholsterers.  They ran mills, plantations, tankards, shipyards, and every kind of shop, tavern, and boardinghouse.  They were gatekeepers, jail keepers, sextons, journalists, printers, apothecaries,  midwives, nurses, and teacher. 

(คำแปล

                    สตรีส่วนใหญ่ทำงานในบ้านของตนเอง  ที่ซึ่งแรงงานของพวกเธอผลิตสิ่งของต่างๆ ที่ครอบครัวต้องการใช้  ทั้งนี้  การผลิตเครื่องนุ่งห่ม (เสื้อผ้าและที่นอนหมอนมุ้ง) ทั้งหมดในอาณานิคม และบางส่วนของการผลิดรองเท้า ล้วนอยู่ในมือของสตรี นอกเหนือจากอาชีพเหล่านี้แล้ว สตรียังถูกพบในการจ้างงานอีกมากมายหลายประเภท พวกเธอเป็นพ่อค้าเนื้อ, ช่างเงิน, ช่างปืน, และช่างทำเครื่องหุ้มเบาะเครื่องเรือน  พวกเธอยังทำธุรกิจโรงสี, ฟาร์มเพาะปลูก, เหยือกน้ำดื่มขนาดใหญ่ที่มีฝาปิด, โรงงานต่อหรือซ่อมเรือ, รวมทั้งร้านค้า, โรงแรมเล็กๆ (หรือโรงเหล้า), และบ้านพักที่จัดอาหารให้พร้อม ทุกประเภท  (นอกจากนั้น) พวกเธอยังเป็นยามเฝ้าประตู, คนดูแลคุก, คนดูแลโบสถ์, นักหนังสือพิมพ์, ช่างพิมพ์, เภสัชกร, หมอตำแย, นางพยาบาล, และครู

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป